แฟรนไชส์มีมากมาย แล้วธุรกิจของเราเป็นแฟรนไชส์ได้ไหมนะ ?

หลายๆ คนที่อยากลงทุนขยายธุรกิจในรูปแฟรนไชส์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจแบบตนเองนั้นสามารถขยายเป็นแฟรนไชส์ได้หรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้ว แฟรนไชส์ เป็นวิธีขยายธุรกิจ โดยไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใด ก็สามารถทำแฟรนไชส์ได้ แต่ทั้งนี้นั้น แต่ละธุรกิจ ย่อมมีการลงทุน กลุ่มเป้าหมาย และความน่าสนใจก็แตกต่างกัน ดังนั้น หากจะเลือกกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ ผู้ประกอบการ ควรทำการศึกษา ถึงจุดแข็ง และโอกาส รวมไปถึงจุดอ่อน และอุปสรรค ประกอบกับความสนใจของตนเอง เพื่อตัดสินใจอีกครั้งค่ะ

โดยในโพสต์นี้ จะขอแนะนำกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ดังนี้

1. ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม
เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยม เพราะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย และมีแบรนด์ให้เลือกมากมาย ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล
ตัวอย่างแบรนด์ ได้แก่ Amazon, D’Oro, The Bibimbab, Sizzler, Swensen’s, Jeffer เป็นต้น

2. ธุรกิจบริการ
เป็นธุรกิจที่มีจุดเด่นคือการเข้าถึงผู้คนที่ต้องการบริการนั้นๆ แบบเฉพาะเจาะจง และสร้างความแตกต่างได้จากตัวเลือกการให้บริการที่หลากหลาย และครอบคลุมความต้องการได้มากกว่า
ตัวอย่างแบรนด์ ได้แก่ Asap, ThaiRent a car, Moly Care, J.D. Pools, PD House

3. ธุรกิจการศึกษา
มีสินค้าคือคอร์สอบรม หรือ Work Shop สามารถสร้างความได้เปรียบคู่แข่ง จากจำนวนคอร์สเรียน ความแตกต่างของคอร์สเรียน รวมถึงรายชื่อ และชื่อเสียงของวิทยากรผู้อบรม
ตัวอย่างแบรนด์ ได้แก่ Bangkok Kids, MU Tutor และ Golfing Ground

4. ธุรกิจร้านค้าปลีก
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายทางด้านสินค้า ความแตกต่างของแต่ละแบรนด์ คือรูปแบบสินค้า ที่เข้าถึง และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมนั้นๆ ทั้งการใช้งานในระยะสั้น และระยะยาว
ตัวอย่างแบรนด์ ได้แก่ Fasino, KL Steel Center, Ziga Outlet, Office Mate Plus

ในแต่ละธุรกิจต่างมีจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมิน และคาดการณ์ผลลัพธ์ รวมไปถึงความสนใจของผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การสร้างรูปแบบแฟรนไชส์ที่มั่นคง และสร้างรายได้ในลำดับต่อไปค่ะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.