สร้างแฟรนไชส์กำหนดรูปแบบให้สิทธิ์อย่างไร

รูปแบบการให้สิทธิ์ในระบบแฟรนไชส์  มีหลายแบบ ทั้งนี้ต้องสอดคล้องและมีความสัมพันธ์กับแผนกลยุทธ์ธุรกิจหรือเป้าหมายที่วางไว้   โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของธุรกิจแต่ละประเภท  ศักยภาพของผู้ซื้อแฟรนไชส์  ลักษณะภูมิประเทศต้องการขยาย  ข้อบังคับหรือข้อกฎหมายที่สำคัญในประเทศนั้น  หากเราจะขยายธุรกิจ พัฒนาธุรกิจให้เป็น แฟรนไชส์หรือจะลงทุนซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศเข้ามาในไทย  จึงควรศึกษารูปแบบการให้สิทธิ์ในระบบแฟรนไชส์เพื่อให้เข้าใจอย่างท่องแท้  โดยหลักแบ่งออกได้ ดังนี้

  1. ระบบที่เป็นแฟรนไชส์แบบเดี่ยว Individual Franchise

เป็นแฟรนไชส์ที่เน้นให้สิทธิ์แก่บุคคลหรือบริษัท เฉพาะผู้รับสิทธิ์เท่านั้น การเปิดสาขามีทั้งให้เปิดเพียงสาขาเดียว หรือ ให้สิทธิ์แบบสามารถเปิดร้านได้หลายสาขา ภายใต้สิทธิ์เพียงรายเดียว  ในรูปแบบนี้อาจจะแบ่งรูปแบบการให้สิทธิ์ย่อยได้เป็นสองแบบคือ

                Single Unit  Franchise  สิทธิ์แฟรนไชส์เฉพาะบุคคล หรือ นิติบุคคล องค์กรใดองค์กรหนึ่ง ถ้าเป็นระบบแฟรนไชส์ที่ยึดตัวบุคคลเป็นหลัก เงื่อนไขสัญญาต่างๆ จะผูกพันกับ บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะมีความเชื่อต่อตัวบุคคลและการสร้างความรู้ความเข้าใจในระบบธุรกิจ เน้นการสอนฝึกหัดในรายละเอียดมาก ยากที่จะสร้างกับบุคคลทั่วไปหรือ ต้องใช้เวลาในการเริ่มใหม่ จึงวางแนวคิดที่ให้ธุรกิจอิงกับบุคคลที่รับสิทธิ์  ถ้าเป็นการให้สิทธิที่ผู้รับสิทธิเป็นองค์กร ก็สามารถทำได้ โดยถือเป็นการให้สิทธิ์กับนิติบุคคล ทั้งสองกรณีนั้น จะเน้นการให้เปิดสาขาเพียงสาขาเดียวต่อราย

                Multi Unit Franchise เป็นการให้สิทธิทั้งบุคคลและองค์กร แต่จะให้สิทธิ์เพิ่มขึ้นโดยผู้รับสิทธิ์สามารถเปิดร้านสาขาได้มากกว่าหนึ่งสาขา ทั้งนี้จำนวนสาขาที่ให้เปิดได้นั้นอาจขึ้นกับความสามารถในการบริหารและขนาดของตลาดที่รับผิดชอบ แต่ไม่มีสิทธิ์ในการขยายแฟรนไชส์ด้วยการสร้างร้านที่รับสิทธิ์ต่อ

  1. Master Franchise สิทธิ์ในการขยายแฟรนไชส์

เป็นสิทธิ์ที่ให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลที่สามารถเปิดสาขาของตนเองและต้องสร้างระบบการขยายงานด้วยแฟรนไชส์ เป็นการให้สิทธิ์ต่อเนื่องได้ด้วย ลักษณะแฟรนไชส์นี้มีสองลักษณะคือ 

                Sub Franchise เป็นแฟรนไชส์ที่ต้องสร้างระบบงานมาเพื่อขยายงานเสมือนหนึ่งเป็นแฟรนไชส์ซอร์ด้วย อาจจะรับผิดชอบในระดับประเทศ เช่น แมคโดนัลด์ในประเทศไทยในระยะแรก ในระบบแฟรนไชส์ที่เป็นซับแฟรนไชส์นี้ ส่วนใหญ่จะเรียกว่า มาสเตอร์แฟรนไชส์ ซึ่งนอกจากจะต้องดำเนินการเปิดร้านในระบบแล้ว จะต้องพัฒนาระบบการตลาดเพื่อทำการขยายธุรกิจด้วย หมายความว่า มาสเตอร์แฟรนไชส์นี้จะสามารถขายระบบแฟรนไชส์ต่อได้ โดยต้องสร้างระบบธุรกิจของตนเอง ให้สามารถขยายงานในระบบแฟรนไชส์เหมือนกับบริษัทแม่บางครั้งการให้สิทธิ์ในระบบนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นได้ บริษัทขนาดใหญ่ที่มีในประเทศปัจจุบันบางครั้งก็มีการซื้อสิทธิ์ร้านอาหารจานด่วนที่มีในหลายรูปแบบ และมีร้านหลายตรา การขยายตัวอาจจะช้าหรือให้ความสนใจน้อยเกินไป บริษัทแฟรนไชส์ซอร์ก็ตัองเปลี่ยนจากการให้เป็นร้านระบบมาสเตอร์ แฟรนไชส์มาเป็นบริษัทแม่เข้ามาดำเนินการเอง เช่น ไก่เค เอฟ ซี (KFC) พิซซ่าฮัท (PIZZA HUT) หรือแม้แต่ Mcdonald เองก็เปลี่ยนเป็นบริษัทที่เป็นการลงทุนร่วม เพื่อจัดการขยายแฟรนไชส์โดยแฟรนไชส์ซอร์มีส่วนร่วมบริหารเพื่อให้มีขยายตัว เพิ่มสาขาให้เร็วมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการขยายตัวช้าในการให้สิทธิ์แบบมาสเตอร์แฟรนไชส์

                Area Development Franchise เป็นการให้สิทธิ์ในการขยายระบบแฟรนไชส์แต่เน้นการให้ตามเขตพื้นที่ จึงเป็นสิทธิ์ที่น้อยกว่า ระบบแฟรนไชส์รับช่วง Sub Area Franchise การรับสิทธิ์เป็น แฟรนไชส์ในระบบนี้จะกำหนดพื้นที่การขยายสาขาในเขตพื้นที่นั้นๆ อาจจะเป็น ประเทศ หรือ เขตภาค แต่ค่อนข้างกำหนดกว้างพอสมควร เพื่อให้สามารถขยายงานได้คุ้มกับการสร้างระบบงานองค์กรมารองรับวิธีการบริหารงานสาขา  แฟรนไชส์ระดับเขตนี้จะใหญ่กว่าแฟรนไชส์หลายสาขา Multi Unit Franchise  แฟรนไชส์ระบบนี้จะแตกต่างจาก มาสเตอร์แฟรนไชส์ ตรงที่จะไม่มีสิทธิ์ในการขายระบบแฟรนไชส์ต่อได้ แต่จะรับผิดชอบต่อการขยายสาขาตามเขตพื้นที่ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น