สุดยอดแฟรนไชส์ในฝันปี 2554

mg_5454

ในงาน Franchise Trend 2011 Seminar & Coach Open House ซึ่งจัดโดย บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ของกูรูด้านแฟรนไชส์เมืองไทย อ.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์
เนื้อหางานสัมมนามุ่งไปที่การเจาะลึกสถานการณ์แฟรนไชส์ปี 2553 และแนวโน้มปี 2554 โดยมีผลงานวิจัยที่ได้จากการสำรวจ  พบว่า  อัตราการเติบโตของธุรกิจในปี 2553 จะอยู่ที่ 11.7% โดยมีมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจกว่า 1.6 แสนล้านบาท  มีธุรกิจแฟรนไชส์ 563 ราย และคาดการณ์ในปี 2554 ธุรกิจแฟรนไชส์น่าจะมีอัตราการเติบโต 15% หรือมีมูลค่าตลาดรวมไม่น้อยกว่า 1.7 แสนล้านบาท  มีธุรกิจแฟรนไชส์เพิ่มประมาณ 600-650 ราย โดย “ธุรกิจอาหาร” จะยังเป็นตัวเด่นมาแรง  เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเอื้ออำนวยทำให้มีอัตราผลกำไรสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังพบว่า ธุรกิจเบเกอรี่  เป็นธุรกิจที่มีผู้สนใจลงทุนเป็นอันดับหนึ่ง

มาแรงแซง กาแฟสด  เนื่องจากที่ผ่านมามีสิ่งแวดล้อมทางการตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้น  โดยเฉพาะการเข้ามาของ คริสปี้ ครีม ได้สร้างกระแสให้เกิดการตื่นตัวมากขึ้นทั้งในเมืองกรุงและหัวเมืองใหญ่  ประกอบกับธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง  เฉลี่ย 2-3 ล้านบาทเท่านั้น  อีกประการคือการคืนทุนที่ค่อนข้างรวดเร็ว  โดยใช้เวลาประมาณ 2 ปีกว่าเท่านั้น  ปัจจัยสุดท้ายคือเป็นธุรกิจที่ดูดี  สะท้อนภาพลักษณ์เชิงสังคมให้กับผู้ลงทุน
อันดับสองคือ ธุรกิจเครื่องดื่ม  ซึ่ง กาแฟ ยังเป็นตัวนำ  พบว่า 27% ของผู้ที่สนใจมากอายุไม่เกิน 40 ปี แต่กระแสในระยะนี้แผ่วลงไปบ้าง  เพราะนักลงทุนให้ความเห็นว่าจำนวนร้านกาแฟในตลาดมีมากแล้ว  การแข่งขันสูง  มีการลดราคา  ทำให้อัตราผลกำไรที่เคยสูงกลับลดต่ำลง
อันดับสามคือ ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว  ซึ่งนักลงทุนมีความต้องการชัดมาก  แต่ปัจจุบันยังไม่มีแฟรนไชส์ที่มีรูปแบบร้านที่เหมาะสมกับความต้องการของนัก ลงทุน  ทั้งนี้พบว่า 90% ของนักลงทุนที่สนใจในธุรกิจแฟรนไชส์  จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี  จากเดิมที่นักลงทุนกว่า 30% มีความรู้ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี  ดังนั้น  เมื่อนักลงทุนมีการศึกษาสูงจึ้งต้องการลงทุนให้คุ้มกับเงินลงทุน  เวลาและสถานะ  นอกจากนี้  ยังพบว่า 26% ของผู้สนใจลงทุนเคยทำธุรกิจมาก่อน  และ 47% เป็นพนักงาน  ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพของนักลงทุนสูงขึ้น  แฟรนไชส์ขนาดเล็กลงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม

ที่มา : นิตยสาร Thailand Restaurant News
February 2011 Vol.11  issue 129