หลักการเลือกลงทุนแฟรนไชส์

วันนี้นั้น…ถ้าบอกว่าธุรกิจแฟรนไชส์เป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จของคนอยากเป็นนายตัวเองหรือไม่ ก็ยังตอบได้ยากมาก ซึ่งต่างจากธุรกิจในต่างประเทศที่เขาเจริญเติบโตทางด้านการบริหารธุรกิจได้ดีรวมถึงมีปัจจัยทางสังคมหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ แบบในอเมริกาหรืออย่างในเอเชียไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรือเกาหลี ฮ่องกง ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านแฟรนไชส์  อย่างไรก็ตามการลงทุนในระบบแฟรนไชส์นั้นก็ยังให้เกิดประโยชน์จากการเป็นเจ้าของธุรกิจที่พอมีหลักฐานบ้าง  สิ่งสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้เหล่านักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ นั้นกลับเป็นเรื่องของ

การรู้จักวิธีเลือกแฟรนไชส์ที่ดี

ธุรกิจแฟรนไชส์ก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไป มีโอกาสล้มเหลวด้วยกันทั้งนั้นต้องคิดเสมอว่าเพียงแค่การซื้อ แฟรนไชส์ไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จใจการทำธุรกิจ ที่สุดแล้วตัวเราที่เป็นแฟรนไชส์ซีก็เป็นเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จของธุรกิจอยู่นั่นเอง

เหตุผลสำคัญที่คนตัดสินใจเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์คือการได้สิทธิในการใช้ชื่อและเครื่องหมายการค้า เพราะธุรกิจเดี๋ยวนี้ยิ่งชื่อหรือเครื่องหมายนั้นเป็นที่รู้จักมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้า/บริการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องมั่นใจเสียก่อนว่า ชื่อนั้นเป็นที่รู้จักแค่ไหน บริษัทมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือเปล่า ดูว่าแฟรนไชส์ซอร์ดำเนินธุรกิจการนานเท่าไรเพราะจะทำให้เห็นว่าธุรกิจนั้นได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากน้อยเท่าใด ดูว่าบริษัทมีชื่อเสียงทางด้านคุณภาพของสินค้า/บริการหรือเปล่า ถ้ามีการตรวจสอบด้วยว่ามีการร้องเรียนบริษัทเรื่องสินค้าบริการที่ไม่มาตรฐานต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือเปล่า

แต่ถึงแม้จะมีตราสินค้าที่ดูดีการลงทุนธุรกิจแบบแฟรนไชส์ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้ซื้อเพียงแค่เครื่องหมายการค้า/บริการและรูปแบบในการทำธุรกิจเท่านั้นแต่จะต้องรวมถึงประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการสนับสนุนจาก แฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีอื่นๆ ด้วย รวมถึงต้องดูให้ออกถึงความต้องการของสินค้า/บริการของแฟรนไชส์นั้นในตลาดอนาคตด้วยควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มในระยะยาว มากกว่าธุรกิจที่เป็นที่นิยมเพียงชั่วครู่ชั่วยามวูบเดียวตามแฟชั่น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่สามารถทำธุรกิจได้ในระยะยาวได้จริง

นอกจากนั้นแล้วต้องดูสภาพตลาดด้วยว่า การแข่งขันเป็นอย่างไร ระดับการแข่งขันที่จะต้องเจอของจริงทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศถ้ามีคู่แข่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมไพบูลย์ด้วยจะรับมือไหวมั๊ย เป็นการพิจารณาถึงบริษัทอื่นที่ขายสินค้า/บริการอย่างเดียวกับที่คุณสนใจ และดูว่าคู่แข่งนั้นเป็นที่รู้จักดีในตลาดหรือเปล่า เปรียบเทียบราคาของคู่แข่งกับราคาที่คุณจะต้องขายเพื่อให้ได้กำไร หรือราคาที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนด นอกจากดูคู่แข่งแล้วต้องมาดูพวกเรากันเองด้วยว่ามีร้านสาขาทั้งที่เป็นของแฟรนไชส์ซอร์ดำเนินการเองและแฟรนไชส์ซีรายอื่นดำเนินการอยู่ในพื่นที่เดียวกับที่คุณวางแผนจะเปิดหรือเปล่าจะมาแย่งลูกค้ากันเองนั้นยังไปรอดหรือไม่

อีกเรื่องที่น่าคิดที่ไม่ค่อยคิดกันก็คือ ในกรณีถ้าแฟรนไชส์ซอร์ของคุณล้มเหลว คุณจะทำอย่างไร  ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดนักแต่ก็มีความเป็นไปได้  คุณคิดดูว่าจะสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วยตัวเองหรือไม่หรือจำเป็นต้องอาศัยความสนับสนุนด้านการอบรม โฆษณา หรือการสนับสนุนอื่นๆ จากแฟรนไชส์ซอร์มากจนไม่สามารถดำเนินการได้เอง สิ่งนี้เป็นความเป็นจริงที่คุณจะต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจที่จะซื้อแฟรนไชส์

เลือกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแฟรนไชส์นั้น เริ่มจากการทำการศึกษาธุรกิจที่จะลงทุนให้ดี ฝรั่งเขาเรียกว่า การรวบรวมข้อมูลและนำมาเปรียบเทียบ search  ขั้นตอนการทำก็มีทั้งการสำรวจภายในและภายนอก (introspective  and outward looking) เพื่อที่จะประเมินความเหมาะสมในการเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ และประเภทธุรกิจที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

จริงแล้วก็เริ่มง่ายๆ ด้วยการประเมินตนเอง ดูให้ถึงสถานะทางการเงินของเราเองเมื่อจะลงทุนมากน้อยแค่ไหน ประเมินเป้าหมายและความสามารถของตัวเองแบบตรงไปตรงมา อย่าโกหกตัวเองหรือทำตัวแบบชกมวยที่แบกน้ำหนักมากไปเดี๋ยวไปกลางยกจะชกไม่ไหวเสียก่อน อย่างเรื่องของการเงิน พิจารณาว่าเงินจำนวนเท่าไรที่คุณต้องใช้ในการลงทุน ถ้าเผื่อโชคร้ายธุรกิจเสียหายคุณสามารถรับสภาพการสูญเสียได้เท่าไรรวมทั้งการดูแลตัวเองในระยะแรกของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มดำเนินการจะอยู่จากรายได้ส่วนไหนถ้ายังไม่มีเงินเข้ามาจากธุรกิจที่ลงทุนและได้นานแค่ไหนด้วย คิดเผื่อไว้ว่าคุณจะใช้เงินจากไหนในการดำเนินชีวิตประจำวันจนกว่าธุรกิจของคุณจะเริ่มทำกำไร นอกจากนั้นโดยทั่วไปเวลาลงทุนก็อาจจะมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียวหรือต้องการหุ้นส่วน  ถ้าคุณต้องกู้เงินเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ ต้องคิดว่าคุณจะกู้ได้จากแหล่งใดเครดิตของคุณยังดีอยู่หรือไม่  และก็ลำดับต่อไป ต้องพิจารณาว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร คุณต้องการจำนวนที่แน่นอนของรายได้ต่อปีหรือเปล่า คำตอบเหล่านั้นคุณต้องดูจากผลที่จะได้จากธุรกิจที่จะลงทุนเป็นคำตอบ ถ้าไม่ใช่ก็จะต้องทบทวนดูใหม่ อย่าผลีผลามหรือดันทุรังทำไปเพราะสุดท้ายไม่มีใครได้ประโยชน์จากการตัดสินใจไม่รอบคอบหรอกครับ

ศักยภาพของคุณ

ส่วนสุดท้ายของการประเมินภายใน คือการประเมินศักยภาพและความชอบของตัวเอง ตอบตัวเองอย่างเช่น

  • คุณสนใจในธุรกิจประเภทใดเป็นพิเศษ
  • คุณสนใจในธุรกิจค้าปลีกหรือบริการ
  • คุณต้องการทำงานกี่ชั่วโมง
  • คุณต้องการดำเนินธุรกิจด้วยตัวเองหรือจ้างผู้จัดการ
  • การเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์จะเป็นรายได้หลัก หรือเป็นรายได้เสริมของคุณ
  • คุณจะมีความสุขหรือไม่ที่จะดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ไปอีก 20 ปีข้างหน้า
  • คุณต้องการเป็นเจ้าของร้านเดียวหรือหลายร้าน

คำถามเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น และเป็นหลักแรกๆ สำหรับการประเมินธุรกิจที่เราจะลงทุน การพิจารณาว่าคุณมีประสบการณ์ทางเทคนิคหรือเคยผ่านการศึกษาที่เกี่ยวข้องใดๆ ที่จะทำให้คุณมีความเหมาะสมที่จะทำธุรกิจใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับแฟรนไชส์ อาจจะเป็นความชำนาญพิเศษหรือประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา งานอดิเรกที่ชอบและทำได้ดี รวมถึงความรู้ความสามารถทั่วไปที่มี ทักษะอย่างหนึ่งที่จะมีประโยชน์ต่อแฟรนไชส์ซีมือใหม่ คือการเคยเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเคยทำงานด้านการบริหารในธุรกิจอื่นๆ   ส่วนความรู้เฉพาะด้านไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นในการเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เพราะระบบแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะมีการอบรมความรู้ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจให้กับแฟรนไชส์ซีที่ไม่มีความรู้    คำถามพื้นๆ ที่ต้องถามตัวเองอย่างเช่น

ระยะเวลาในการอบรมและให้การสนับสนุนต่อเนื่องจากแฟรนไชส์ซอร์ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกัน ให้เปรียบเทียบการอบรมที่คุณจะได้กับมาตรฐานอุตสาหกรรม  ถ้าไม่เท่ากัน คุณต้องพิจารณาว่าข้อบกพร่องนั้นจะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดของคุณหรือเปล่า อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องดูคือประสบการณ์ของแฟรนไชส์ซอร์ด้านการดำเนินธุรกิจและการบริหารระบบแฟรนไชส์ ให้ระวังเป็นพิเศษเมื่อคุณกำลังประเมินระบบแฟรนไชส์ที่เพิ่งเกิด ถึงแม้ว่าธุรกิจหลักจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ความสำเร็จของเจ้าของธุรกิจในการเริ่มและดำเนินธุรกิจไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะประสบความสำเร็จแบบเดียวกันในการดำเนินระบบแฟรนไชส์และให้การสนับสนุนแฟรนไชส์ซี

อัตราการขยายสาขาที่ดีเป็นสัญญาณในทางบวกที่คาดหวังจากระบบแฟรนไชส์ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสาขาได้เพิ่มชื่อเสียงและความสามารถของแฟรนไชส์ซีในการดึงดูดความสนใจของลูกค้าใหม่ๆ อย่างไรก็ดี   ไม่ควรพิจารณาการเติบโตในทางเดียว    บริษัทที่มีอัตราการขยายสาขาที่เร็วเกินไป  อาจจะมองข้ามความสามารถในการสนับสนุนแฟรนไชส์ซี ให้แน่ใจว่าแฟรนไชส์ซอร์ของคุณมีทรัพย์สินทางการเงิน และบุคลากรเพียงพอที่จะสนับสนุนแฟรนไชส์ซีที่มีอยู่ และที่กำลังจะเกิด

สิ่งสำคัญ

การเลือกแฟรนไชส์สักตัวหนึ่งเพื่อมาสร้างอาชีพให้ตนเอง    อย่ามองแค่ว่าราคาแฟรนไชส์ชนิดใดถูกแพงแต่ให้ดูว่าทำแล้วเราจะได้อะไร แล้วสิ่งที่ดูว่าจะได้นั้นมีความเป็นไปได้จริงหรือไม่  ส่วนการเตรียมพร้อมก่อนลงทุนเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายก็จะต้องมีการตกลงในเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีเสียก่อนจะได้ไม่ต้องมามีปัญหาไม่เข้าใจกันภายหลัง ลำดับการตรวจสอบก็อาจจะเริ่มจากรายละเอียดของค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์   และรายละเอียดข้อมูลของการจ่ายค่า Royalty fee    และค่าโฆษณา   ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องนำเสนอในรูปแบบที่เป็นระเบียบชัดเจน ให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบกับแฟรนไชส์อื่น  ข้อมูลด้านการลงทุนเพิ่มเติมที่อาจจะต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์  โดยอาจรวมถึงค่าธรรมเนียมในการอบรม  ติดตั้งและทำสต๊อก  และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะมีจนกว่าธุรกิจจะเริ่มทำกำไร   รวมถึงความจำเป็นที่แฟรนไชส์ซีจะต้องซื้อสินค้าหรือบริการจากแฟรนไชส์ซอร์ และพันธะหน้าที่อื่นๆ ที่แฟรนไชส์ซีมีต่อแฟรนไชส์ซอร์

ในกรณีถ้ามีการเสนอเงินลงทุนจากแฟรนไชส์ซอร์  ซึ่งโดยมากแล้วแฟรนไชส์ซอร์จะช่วยคุณให้ได้รับเงินลงทุนจากที่อื่นมากกว่าการให้เงินทุนโดยตรง แล้วสิ่งที่คุณจะได้รับจากการลงทุนล่ะ? มีรายละเอียดของพันธะหน้าที่ที่แฟรนไชส์ซอร์มีต่อคุณหรือไม่   ส่วนใหญ่ก็จะรวมถึงการช่วยเหลือในการเริ่มต้นธุรกิจ และการสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ  ต้องมีรายละเอียดของการอบรม และคู่มือการปฏิบัติงาน หรืออย่างน้อยต้องมีสารบัญของคู่มือการปฏิบัติงาน

เรื่องอาณาเขต  แฟรนไชส์ซีบางคนคิดว่าพวกเขาได้ซื้ออาณาเขตในการดำเนินธุรกิจ แล้วมาพบในภายหลังว่าตัวเองต้องมาแข่งขันกับแฟรนไชส์ซีรายอื่นหรือตัวแฟรนไชส์ซอร์เองผ่านทางจุดขายที่ไม่เป็นทางการ เช่น cart และ kiosk  หรือการขายสินค้าของแฟรนไชส์ซอร์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้แน่ใจว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ในหมวดนี้ ส่วนเรื่องเครื่องหมายการค้าในข้อตกลงหรือสัญญาน่าจะระบุถึงเรื่องลิขสิทธ์ สิทธิบัตร และข้อมูลด้านความเป็นเจ้าของสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เครื่องหมายการค้าใดๆ ที่อ้างโดยแฟรนไชส์ซอร์ควรจะจดทะเบียนไว้เพื่อประกันสิทธิของคุณในการใช้เครื่องหมายดังกล่าวตลอดอายุสัญญา ข้อกำหนดต่างๆ ต่อสิ่งที่แฟรนไชส์ซีได้รับอนุญาตให้ขายได้ ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ การต่อสัญญา การยกเลิกสัญญา การเปลี่ยน และ แนวทางการแก้ไขข้อขัดแย้ง

การหาข้อมูลอีกแบบที่เราอาจจะของรายชื่อของส่วนที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลอ้างอิงกับบริษัท  เช่นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการได้รับการร้องเรียน ข้อมูลรายชื่อของจุดข่าย รวมทั้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของแฟรนไชส์ซีในปัจจุบัน อาจจะย้อนหลังไป 3 ปีเพื่อติดต่อบุคคลเหล่านั้นทั้งส่วนที่เป็นแฟรนไชส์ซีปัจจุบันและเมื่อก่อนดูว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับธุรกิจแฟรนไชส์และแฟรนไชส์ซอร์ที่เราสนใจ นอกจากนั้นอาจจะขอข้อมูลที่เป็นการดำเนินการในธุรกิจที่อาจจะเป็นการคาดการณ์ ซึ่งแฟรนไชส์ซอร์ไม่มีความจำเป็นต้องเสนอการกล่าวอ้างถึงรายได้ (earning claims) ต่อผู้ที่จะป็นแฟรนไชส์ซีในอนาคตของเขาก็ได้และแฟรนไชส์ซอร์ส่วนใหญ่ก็จะไม่ยอมทำ ถ้าในกรณีที่แฟรนไชส์ซอร์ไม่ได้มีการบันทึกข้อมูลไว้แต่ถ้ามีพูดคุยและอ้างถึงก็ควรต้องตั้งอยู่บนข้อมูลยอดขาย ต้นทุน รายรับ และกำไร ที่เกิดขึ้นจริงในร้านที่ดำเนินการอยู่ หรืออยู่บนการคาดการณ์ที่มีเหตุผลและแจกแจงได้ อีกเรื่องก็คือ  การอ่านงบดุลของแฟรนไชส์ซอร์  ยิ่งถ้าดูย้อนหลังไปสัก 2 ปีก็จะละเอียดมากขึ้น  ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นตัวบอกคุณว่าบริษัทแฟรนไชส์นี้จริงๆ เป็นอย่างไร ธุรกิจราบรื่นดีจริงหรือเปล่า

การพูดคุยหาข้อมูลนั้นต้องเป็นไปด้วยความสุภาพและค่อยๆ ใช้เวลา อย่ารีบมากเกินไปและก็อย่าช้ามากเกินไปธุรกิจนั้นต้องกะระยะให้ดี เมื่อช้าก็ต้องช้า เมื่อต้องเร็วก็ต้องเร็ว ถ้าเมื่อต้องเร็วกลับช้า และเมื่อควรช้ากลับเร่งรีบทำให้เสียการณ์ หลักการและขั้นตอนเป็นเรื่องควรทำถึงแม้ไม่มีข้อบังคับให้ทำ หรือว่าทำแล้วก็ใช่ว่าจะถูกเสมอไป ยังไงก็มีหลักไว้ดีกว่าอาศัยดวงอย่างเดียวนะครับ