อะไรคือ Know how

ในธุรกิจระบบแฟรนไชส์ที่ต้องมีระบบการตลาดที่สามารถสร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างดี มีการยอมรับตราสินค้าในตลาดอย่างดีแล้ว ซึ่งจะต้องมีการเข้าใจในรูปแบบของแนวคิดทางธุรกิจอย่างดี เพื่อจะได้สร้างและพัฒนาจุดเข็งที่เป็นจุดเด่นของแต่ละธุรกิจขึ้นมา

การที่เราจะต้องเข้าใจถึงการควบคุมการทำงานของร้านที่อยู่ในระบบงานด้วย การสร้างกลไกในการควบคุมนอกจากป้องกันการผิดพลาดในแง่ต่างๆได้ ป้องกันการเลียนแบบ และยังสร้างความเป็นมาตรฐานของระบบงานและสินค้า ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลเพื่อการบริหารงานได้คล่องตัว สำนักงานใหญ่สามารถที่จะควบคุมหรือบริหารงานต่างๆจากข้อมูลที่ได้รับ

อาจจะแบ่งวิธีการควบคุมงานสาขาหรือระบบร้านที่เป็นแฟรนไชส์ ที่เราสามารถแบ่งรูปแบบการควบคุมได้ดังนี้

1. Know-how Control

เป็นการควบคุมวิธีการสำคัญในการผลิต แนวทางการควบคุมเกิดจากวิธีการโดยสร้างให้เกิดความสะดวกต่อสาขา  หรือแฟรนไชส์มากที่สุด  โดยแบ่งการควบคุมรูปแบบนี้ออกเป็นส่วนย่อย  ดังนี้

  • การควบคุมวิธีการผลิต (Production know how) : จะควบคุมลักษณะการผลิต  เช่น  สูตรผสมอาหาร  หรือที่เรียกว่า  “เรซิพี” (Recipe) โดยการสร้างส่วนผสมที่เป็นวัตถุดิบต่างเป็นส่วนประกอบการผลิต เป็นหัวเชื้อ ส่วนผสม ซึ่งเป็นตัวสร้างความแตกต่างไม่เหมือนใคร  และยังเป็นการแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานได้อีกด้วย  ถือเป็นส่วนสำคัญที่ควบคุมสาขาได้ดี
  • การควบคุมแหล่งวัตถุดิบ  หรือแหล่งสินค้า  (Material Sources ,Distribution Center) : มีการจัดการตั้งแต่ การจัดเตรียมการจัดส่งจนถึงการผลิต  โดยการควบคุมการจัดส่งและการผลิตให้สินค้าที่เป็นวัตถุดิบหายาก ไม่มีขายทั่วไป ไม่เกลื่อนตลาด
  • การควบคุมด้วยรูปแบบการบริหาร : (Management Control) : การวางส่วนการสนับสนุนสินค้าหรือสาขาของตนอย่างมีรูปแบบ  ประกอบด้วยทีมงานที่มีประสิทธิภาพ  การสร้างทีมงานจากส่วนกลางที่พร้อมนั้น  เป็นเรื่องที่ทำได้เฉพาะร้านสาขาเท่านั้น  ร้านที่มีสาขาเดียวคงทำไม่ได้แน่  ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างระบบการควบคุมอย่างหนึ่งเน้นการให้ความสะดวกต่อการบริหารงานระบบสาขา
2. Procedures Control

การควบคุมขั้นตอนในการดำเนินงาน โดยการวางรูปแบบการปฏิบัติงานให้เป็นรูปแบบเดียวกัน  และออกแบบให้สอดคล้องกับทีมงาน  สามารถแบ่งได้เป็น

  • Working Process : เป็นการควบคุมวิธีการทำงานในแต่ลพขั้นตอนอย่างละเอียด ซึ่งต้องมีรูปแบบของคู่มือการปฏิบัติงาน(Manual)ที่ชัดเจน
  • Training : การฝึกคน เป็นการวางแผนการฝึกหัดพนักงานให้ได้ตามรูปแบบที่วางไว้ 
  • Support Facilities : คือหน่วยงานที่รองรับการปฏิบัติงานต่างๆ เช่น ทีมงานด้านการตลาด ด้านตรวจสอบคุณภาพ  หรือฝ่ายจัดซื่อกลาง  เป็นต้น

การวางรูปแบบดังกล่าว จะทำให้ร้านสาขาต้องอาศัยพึ่งดากับบริษัทแม่ ที่ให้ประโยชน์ต่อการทำงานการบริหารธุรกิจได้จริง การขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานกลางแทบจะเรียกได้ว่า ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้เลย

3. Identification Items and Brandname

เป็นการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการสื่อภาพพจน์ของร้านหรือสินค้า รวมถึงตราสัญลักษณ์  โดยถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ต้องปกป้องมิให้ใครมาเลียนแบบได้ การใช้วิธีนี้แสดงว่าสินค้าบริการมีตราที่ได้รับการยอมรับและลูกค้าต้องการเป็นอย่างมาก ดังนั้นการควบคุมก็เป็นไปได้ไม่ยาก

จะเห็นได้ว่าการจะควบคุมให้ระบบงานแบบแฟรนไชส์นั้นอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน แฟรนไชส์ซอร์เจ้าของระบบก็ต้องมีอะไรเป็นจุดเด่น จนสามารถสร้างความสะดวกให้กับลูกข่าย สร้างความสำเร็จบนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญที่มีอยู่แล้วได้จริง การที่จะควบคุมโดยไม่มีอะไรเป็นจุดเต่นชัดเจน ในที่สุดก็จะไม่สามารถควบคุมได้ไปเอง สิ่งนี้เป็นธรรมชาติของการทำระบบงานแฟรนไชส์ ถ้าไม่แน่จริง ก็จะไม่พบกับของจริง ไม่โตจริง แต่สุดท้ายก็ล้มพับจริง นี่แหละแฟรนไชส์