ถึงเวลาพัฒนาธุรกิจให้เป็นระบบแฟรนไชส์

กว่าธุรกิจจะเริ่มต้นได้ผู้ประกอบการก็ต้องผ่านการทดสอบหลายด่าน พร้อมไปกับความคาดหวังว่ากิจการจะเติบโตและยั่งยืน ส่งมอบสู่ลูกหลาน จากรุ่นสู่รุ่น แฟรนไชส์ คือ กลไกสำคัญของการขยายกิจการอย่างเป็นระบบ

youtube

      ดังนั้น เพื่อให้เจ้าของกิจการได้เริ่มทำความเข้าใจถึง วิธีคิด กระบวนการ ตลอดจนข้อสังเกตุที่ต้องรู้ ทีมกูรูแฟรนไชส์ ของ บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์และค้าปลีก ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี โดยมีองค์กรธุรกิจที่เข้ารับการให้คำปรึกษาและสามารถพัฒนาจนประสบความสำเร็จหลายกิจการ ได้รวบรวมเนื้อหาการสนทนาปรับพื้นฐานก่อนพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ขึ้น เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าใจและเข้าถึงการเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจก้าวสู่กระบวนการพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

ถึงเวลาเป็นแฟรนไชส์แล้วหรือยัง

    มาเริ่มการสำรวจกิจการของท่านก่อนว่าเป็นธุรกิจประเภทใด ดังต่อไปนี้
    ประเภทแรก ต้องเป็นธุรกิจที่เหมาะกับการพัฒนาให้มีสาขาอย่างน้อย 3 สาขา
    ประเภทที่ 2 มีตั้งแต่ 3 สาขาโดยในการดำเนินธุรกิจมีคู่มือในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน
    ประเภทที่ 3 มีหลายสาขาที่ดำเนินงานโดยมีสำนักงานใหญ่

    ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์ อันดับต้นๆ ของไทยอย่าง ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ได้ชี้ว่า ประเภทที่ 3 เป็นประเภทที่น่าจะพร้อมที่สุด ในการที่จะเริ่มพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ โดยให้พิจารณาเงื่อนไขหลักๆ เพิ่มเติม คือ Know how, Team และ Brand management

3 เงื่อนไขพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

    หากเจ้าของกิจการมีแผนการขยายธุรกิจ โดยมองว่าระบบแฟรนไชส์ คือ ทางที่เลือก ทีมที่ปรึกษาแฟรนไชส์นำโดยอาจารย์พงศ์พันธ์ วีรพันธุ์ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ ได้ขยายความ 3 เงื่อนไขในการพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ต่อจาก ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ กล่าวคือ
    1. Branding คือ การที่ธุรกิจสามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รุ้จักในระดับหนึ่งสำหรับลูกค้าเป้าหมาย
    2. Know How ได้แก่ การที่เจ้าของธุรกิจที่พัฒนาไปสู่เป้าหมายการสร้างระบบแฟรนไชส์ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และเรื่องราวความสำเร็จไปสู่แฟรนไชส์ซีได้
    และ 3. Team ในที่นี้ หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่หรือแฟรนไชส์ซอร์ ที่พร้อมจะเข้าไปให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือแฟรนไชส์ซีประกอบธุรกิจตั้งแต่เริ่มจนประสบความสำเร็จ

ออกแบบแฟรนไชส์ราคาต่ำ

    ตำแหน่งทางการตลาดนับว่ามีนัยสำคัญของการพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ เพราะจะเป็นการบ่งบอกถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ลงทุน (แฟรนไชส์ซี) การออกแบบแฟรนไชส์ให้มีราคาต่ำด้วยคาดหวังว่าจะสร้างเครือข่ายได้จำนวนมากกว่าแฟรนไชส์ที่มีราคาสูง ที่อาจทำให้แฟรนไชส์ซีไม่เลือกลงทุน เรื่องนี้ ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา ได้ให้ข้อคิดไว้พิจารณาว่า อย่าลืมอัตรากำไรซึ่งเป็นสัดส่วนของเงินลงทุน หรือ ROI โดยปกติจะอยู่ที่ ร้อยละ 4 ของเงินลงทุน ดังนั้นหากขนาดธุรกิจแฟรนไชส์ที่เล็กเกินไปจะไม่จูงใจสำหรับการเลือกลงทุนเช่นกัน

ระบบแฟรนไชส์หรือขายวัตถุดิบ

    การออกแบบธุรกิจแฟรนไชส์เพื่อเป้าหมายการสร้างรายได้จากการส่งวัตถุดิบไปยังแฟรนไชส์ซีนั้นถือว่าผิดตั้งแต่เริ่ม เพราะกระบวนการของแฟรนไชส์ไม่ใช่การขายวัตถุดิบ ดังนั้นแฟรนไชส์ซอร์จึงต้องมีเทคนิคและความเชี่ยวชาญพิเศษภายใต้กระบวนการ (Process) ที่จะต้องเชื่อมต่อกันระหว่างแฟรนไชส์ซีกับแฟรนไชส์ซอร์ ที่จะช่วยทำให้แฟรนไชส์ซีสามารถดำเนินการได้อย่างไม่ยุ่งยาก และสามารถลดต้นทุนได้

ระบบแฟรนไชส์ต่างจากระบบร่วมทุนอย่างไร

    ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภควัฒน์ ตัวจริงเรื่องแฟรนไชส์ ได้อธิบายถึงลักษณะการลงทุนระหว่างแฟรนไชส์ซอร์กับแฟรนไชส์ซีไว้เพื่อให้เข้าใจว่าระบบธุรกิจแฟรนไชส์นั้น เป็นไปเพื่อเป้าหมายแท้จริง
    Agency Theory คือ ทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของตัวแทน จึงไม่นำระบบ Joint Venture เข้ามาสู่กระบวนการธุรกิจแฟรนไชส์ ยกเว้นว่ามีความจำเป็นอย่างอย่างในเชิงนโยบาย เพื่อใช้การร่วมทุนเป็นยุทธศาสตร์

หากมีข้อสงสัยหรือมีคำถามที่ต้องการคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถใช้ช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม เพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้