อยากสร้างธุรกิจ ต้องมี Business Concept

 

 คิด Business Concept ทำอย่างไร

เขียนโดย อ.พัฒนพล บรรทัดจันทร์

ที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด

หากทุกท่านได้ติดตามบทความเรื่อง “กระบวนการสร้างธุรกิจต้นแบบ” จะทราบว่ามีกระบวนการอยู่ทั้งหมด 6 ขั้นตอนด้วยกัน หรือใครที่ยังไม่เคยอ่านสามารถอ่านได้จากลิงค์นี้ครับ https://www.coachandconsulting.com/6steps/ เพื่อจะได้ต่อเนื่องกัน ซึ่งในบทความนี้ผมอธิบายเชิงลึกในส่วนของการคิด Business Concept ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการสร้างธุรกิจต้นแบบ

Business Concept คืออะไร…?? คือการกำหนดรูปแบบ ตัวตน ตำแหน่งทางการตลาด ลูกค้า และสินค้าหรือหน้าร้านที่จะตอบสนองกลุ่มลูกค้า ต้องนึกก่อนว่าเราจะขายอะไร ขายใคร ขายที่ไหน คนที่มาซื้อของในร้านของเราจะได้อะไรบ้างนอกจากสินค้า และคู่แข่งเราคือใคร เราจะสามารถแข่งขันหรือเอาชนะคู่แข่งได้จากเรื่องอะไรบ้าง โดยมีกระบวนการคิดหลักๆ อยู่ 4 เรื่องด้วยกันคือ

  • Retail Type คือการกำหนดชนิดของธุรกิจ หากท่านทำร้านอาหารจะเป็นร้านอาหารประเภทไหน เช่น Fast Food, Fast Casual, Casual Dining, Buffet หรือ Fine Dining หากเป็นประเภทของร้านค้าปลีกเช่น Hyper Market, Department Store, Discount Store, Supermarket หรือConvenience Store ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดมีความแตกต่างทั้งสิ้นตั้งแต่ งบลงทุนก่อนสร้าง การตกแต่ง ความหลากหลายของสินค้า การให้บริการ และพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งเราต้องกำหนดให้ได้ว่าธุรกิจเราเป็นประเภทไหน และต้องศึกษาลงไปถึงรายละเอียดว่า โอกาสการเติบโต ช่องทางการจัดจำหน่ายหรือการขยายสาขา มีมากน้อยเพียงใด และคู่แข่งมีใครบ้างเราสามารถแข่งขันได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา และอย่าวิเคราะห์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ต้องลงพื้นที่จริง เก็บข้อมูลทั้งจากลูกค้าและร้านคู่แข่ง ประกอบการพิจารณา

 

  • Positioning Direction กำหนดจุดยืนและทิศทางการดำเนินงาน เมื่อมั่นใจแล้วว่าธุรกิจของเราเป็นประเภทใด ต่อไปต้องกำหนดตำแหน่งทางการตลาด เพื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง และหาช่องว่างให้ธุรกิจเรา ซึ่งมีความสำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจให้มีความแตกต่างจากคู่แข่ง และที่สำคัญต้องเริ่มคิดว่า ร้านของเราควรจะเปิดที่ไหนเพื่อให้เจอกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายของสถานที่เปิดร้านควรจะเป็นเท่าไหร่ และสู้คู่แข่งได้หรือไม่

 

  • Benchmarking (Competitors Analysis) การศึกษาเปรียบเทียบคู่แข่งและกำหนดจุดต่างของธุรกิจ เราต้องเริ่มศึกษาคู่แข่งอย่างจริงจังเช่น กลยุทธ์ของเค้า กลุ่มลูกค้า วิธีการทำการตลาด รวมทั้งยอดขายต่อวันและต่อเดือน เพื่อให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์ที่แตกต่างเช่น หากจะทำร้านกาแฟ แน่นอนว่าจะแข่งกับเจ้าใหญ่ๆ คงไม่ไหว งั้นก็ต้องวิเคราะห์สิ่งเค้าไม่มีเช่น เมนูเพื่อสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน หรือวัตถุดิบใหม่ๆ เป็นต้น เพื่อสร้างความแตกต่าง และทำให้เราสามารถได้ส่วนแบ่งตลาดจากเจ้าใหญ่ได้ ทั้งนี้ก่อนจะทำอะไร ศึกษาความต้องการของลูกค้าให้แน่ใจก่อนเสมอ

 

  • Investment & Payback Period Analysis การวิเคราะห์งบการลงทุนและระยะเวลาคืนทุน การคิดและการศึกษาหาข้อมูลทั้งหมดควรจบด้วยการวิเคราะห์ด้านตัวเลขเสมอ เพราะตัวเลขจะตอบทั้งหมดว่าสิ่งที่เราคิดนั้นเป็นไปได้จริงหรือไม่ ตั้งแต่
  1. งบการลงทุนทั้งหมด เช่น การก่อสร้าง ตกแต่ง อุปกรณ์ภายใน งานระบบน้ำไฟ อุปกรณ์ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเงิน สินค้าตั้งต้น เครื่องแบบพนักงาน การขอใบอนุญาต เป็นต้น
  2. การประมาณยอดขายรายวัน รายเดือน และรายปี จากจำนวนลูกค้า ยอดซื้อต่อบิลหรือต่อหัว และวิธีการเพิ่มยอดขาย และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้
  3. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ต้นทุนสินค้า ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน เงินเดือนพนักงานและสวัสดิการ เงินประกัน ภาษีที่ต้องจ่าย ค่าจ้างทำบัญชี เป็นต้น
  4. วิเคราะห์เพื่อประเมินจุดคุ้มทุนว่าร้านควรจะมียอดขายเท่าไหร่จึงจะอยู่ได้ และใช้ระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะคืนทุน ซึ่งในปัจจุบันการเปิดหน้าร้านควรมีระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 3 ปี

ตัวเลขจะบอกชีวิตจริงของธุรกิจที่จะเกิดขึ้น เพราะตัวเลขจะไม่หลอกเราฉะนั้นใครที่ยังไม่ชำนาญเรื่องการวิเคราะห์ตัวเลข ต้องเร่งศึกษาแล้ว เพราะสิ่งนี้คือหัวใจของการทำธุรกิจ

ทั้ง 4 เรื่องเป็นการวิเคราะห์ในกระดาษทั้งสิ้น ก่อนเริ่มลงทุนจ่ายเงินจริงๆ อย่าใจร้อน การกำหนด Business Concept ที่ชัดเจนจะทำให้เราเดินต่ออีก 5 กระบวนการที่เหลือได้ นึกไว้เสมอว่าเมื่อใส่เงินลงไปจริงๆ แล้วจะแก้ไขลำบากฉะนั้นเสียเวลาคิดในกระดาษก่อนดีกว่าจะเสียเงินนะครับ