5 เรื่องเด่น สถานการณ์แฟรนไชส์ปี 2018

● MUJI Shop กรณีศึกษาในประเทศจีน Life style Brand ชั้นนำ ที่ปัจจุบันทางกลุ่มเซ็นทรัลได้รับสิทธิแฟรนไชส์ MUJI มุ่งเน้นการผลิตสินค้าเพื่อคนทั่วโลก ไม่เพียงเฉพาะคนญี่ปุ่นเท่านั้น โดยสินค้านั้นต้องตอบสนอง Life style มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมต่อคนทั่วโลก ในประเทศจีน เจอปัญหาสินค้าปลอมจากคู่แข่งขันและเมืองชิเต่ามีการตกแต่งร้านค้าปลีกเหมือนแบรนด์ MUJI ในกรณีนี้ ศาลกรุงปักกิ่งตัดสินให้ Ryohin Keikaku Corp. และ Muji (Shanghai) Commerce Corp. จ่ายค่าปรับกว่า 2.5 ล้านหยวน สำหรับการละเมิดเครื่องหมายการค้าของ “Wu Yin Liang Pin” เพราะบริษัทอ้างว่าได้รับใบอนุญาตเครื่องหมายการค้าก่อนเป็นเวลา 4 ปี โดย MUJI เริ่มเข้ามาดำเนินกิจการในประเทศจีนเมื่อปี 2005 ดังนั้นการศึกษาข้อมูลกฎหมายของแต่ละประเทศก่อนที่จะขยายธุรกิจแฟรนไชส์เป็นสิ่งสำคัญ

● การชำระเงินด้วย Bit coin ในต่างประเทศ เป็นที่ทราบกันดี ปัจจุบันการพกเงินสดในการชำระค่าสินค้าและบริการ เริ่มเปลี่ยนไป AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์ถึงความต้องการและพฤติกรรมเฉพาะบุคคล ซึ่งในบางประเทศการชำระเงินผ่านออนไลน์ wallet อาทิ จีนได้รับความนิยมในกลุ่มคนยุคใหม่ มากกว่าการชำระเงินในรูปแบบเดิมๆ เช่น BURGER KING ในรัสเซีย, Subway ในสหรัฐอเมริกา, KFC ประเทศแคนาดา และ Family Mart ในไต้หวัน เหล่านี้จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางของความต้องการ เมื่อรูปแบบออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ธุรกิจแฟรนไชส์ในบ้านเราต้องปรับตัวเพื่อให้ทัน และสร้างความสะดวกสบายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบัน

● กระแส Green Marketing มาแรง นอกเหนือจากผู้บริโภคจะใช้บริการสินค้า/บริการ ของแฟรนไชส์แล้ว ผู้บริโภคทุกคนอยากเป็นคนดี อยากมีส่วนร่วมเพื่อตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้แบรนด์ McDonald’s และ Starbucks ร่วมกันพัฒนาบรรจุภัณฑ์ถ้วยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ง่าย ลดการใช้พลาสติก ในกฎหมายบางประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรได้เตรียมประกาศ งดใช้วัสดุพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว ในช่วงต้นปีหน้า บ้านเราเองก็มีหลายแฟรนไชส์ที่มีการปรับตัวเพื่อรับนโยบายนี้ เช่น ร้านกาแฟอินทนิล ใช้แก้วแบบไม่มีหลอดเพื่อลดการใช้ปริมาณพลาสติก เซเว่น อีเลฟเว่น รณรงค์การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ผ่านโครงการ 7 GO Green

● เซเว่นอีเลฟเว่น ร้านสะดวกซื้อที่พัฒนาไม่หยุดตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ได้มีพัฒนารูปแบบสินค้าและการให้บริการที่เป็นลักษณะเฉพาะตอบสนองตามศักยภาพของทำเลอย่างครบวงจร โดยใช้จุดเด่นเรื่องจำนวนสาขา เช่น ตัวแทนฝาก-ถอนเงิน ร่วมกับธนาคารออมสิน บริการซักอบรีด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้าบ้าน บริการรับส่งพัสดุ สปีดดี ที่รองรับการขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce ซึ่งสามารถรับสินค้าได้ภายในวันเดียว โดยใช้ข้อได้เปรียบของจำนวนสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นจุดให้บริการรับส่งสินค้า และบริการเดลิเวอรี่ โดยให้พนักงานทดลองใช้จักรยานยนต์ส่งของสินค้า สาขาบรมราชชนนี ซอย 4 เริ่มตั้งแต่เวลา 6 โมง เช้าถึง 4 ทุ่ม เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้บริการอีกทางหนึ่ง

● คาเฟ่อเมซอน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทาง รูปแบบของร้านที่ทันสมัยขึ้น การปรับเปลี่ยนให้เข้ากับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ในแต่ละทำเล ทำให้ในปัจจุบัน ร้านคาเฟ่ อเมซอน เริ่มขยายตัวในรูปแบบ Stand Alone ตามแหล่งชุมชนหมู่บ้าน หรือในห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากในสถานีบริการปั๊มน้ำมันรูปแบบเดิม ทางคาเฟ่ อเมซ่อนได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยเป็นตัวแทนของทางธนาคาร ในการให้บริการทำธุรกรรมทางการเงินภายในร้าน คาเฟ่ อเมซอน โดยได้ร่วมกันเปิดตัว เคแบงค์ เซอร์วิส สาขา PTT สเตชั่น เอกมัย-รามอินทรา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ารูปแบบธุรกิจระบบแฟรนไชส์ในปี 2018   5 เรื่องเด่นนี้ ไม่เพียงพัฒนารูปแบบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เพียงด้านเดียว แต่ต้องต่อยอด ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป