ที่ปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์และค้าปลีก

สนใจสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

Knowledge

หลักการเลือกลงทุนแฟรนไชส์

วันนี้นั้น…ถ้าบอกว่าธุรกิจแฟรนไชส์เป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จของคนอยากเป็นนายตัวเองหรือไม่ ก็ยังตอบได้ยากมาก ซึ่งต่างจากธุรกิจในต่างประเทศที่เขาเจริญเติบโตทางด้านการบริหารธุรกิจได้ดีรวมถึงมีปัจจัยทางสังคมหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ แบบในอเมริกาหรืออย่างในเอเชียไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรือเกาหลี ฮ่องกง ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านแฟรนไชส์  อย่างไรก็ตามการลงทุนในระบบแฟรนไชส์นั้นก็ยังให้เกิดประโยชน์จากการเป็นเจ้าของธุรกิจที่พอมีหลักฐานบ้าง  สิ่งสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้เหล่านักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ นั้นกลับเป็นเรื่องของ การรู้จักวิธีเลือกแฟรนไชส์ที่ดี ธุรกิจแฟรนไชส์ก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไป มีโอกาสล้มเหลวด้วยกันทั้งนั้นต้องคิดเสมอว่าเพียงแค่การซื้อ แฟรนไชส์ไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จใจการทำธุรกิจ ที่สุดแล้วตัวเราที่เป็นแฟรนไชส์ซีก็เป็นเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จของธุรกิจอยู่นั่นเอง เหตุผลสำคัญที่คนตัดสินใจเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์คือการได้สิทธิในการใช้ชื่อและเครื่องหมายการค้า เพราะธุรกิจเดี๋ยวนี้ยิ่งชื่อหรือเครื่องหมายนั้นเป็นที่รู้จักมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้า/บริการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องมั่นใจเสียก่อนว่า ชื่อนั้นเป็นที่รู้จักแค่ไหน บริษัทมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือเปล่า ดูว่าแฟรนไชส์ซอร์ดำเนินธุรกิจการนานเท่าไรเพราะจะทำให้เห็นว่าธุรกิจนั้นได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากน้อยเท่าใด ดูว่าบริษัทมีชื่อเสียงทางด้านคุณภาพของสินค้า/บริการหรือเปล่า ถ้ามีการตรวจสอบด้วยว่ามีการร้องเรียนบริษัทเรื่องสินค้าบริการที่ไม่มาตรฐานต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือเปล่า แต่ถึงแม้จะมีตราสินค้าที่ดูดีการลงทุนธุรกิจแบบแฟรนไชส์ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้ซื้อเพียงแค่เครื่องหมายการค้า/บริการและรูปแบบในการทำธุรกิจเท่านั้นแต่จะต้องรวมถึงประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการสนับสนุนจาก แฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีอื่นๆ ด้วย รวมถึงต้องดูให้ออกถึงความต้องการของสินค้า/บริการของแฟรนไชส์นั้นในตลาดอนาคตด้วยควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มในระยะยาว มากกว่าธุรกิจที่เป็นที่นิยมเพียงชั่วครู่ชั่วยามวูบเดียวตามแฟชั่น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่สามารถทำธุรกิจได้ในระยะยาวได้จริง นอกจากนั้นแล้วต้องดูสภาพตลาดด้วยว่า การแข่งขันเป็นอย่างไร ระดับการแข่งขันที่จะต้องเจอของจริงทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศถ้ามีคู่แข่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมไพบูลย์ด้วยจะรับมือไหวมั๊ย เป็นการพิจารณาถึงบริษัทอื่นที่ขายสินค้า/บริการอย่างเดียวกับที่คุณสนใจ และดูว่าคู่แข่งนั้นเป็นที่รู้จักดีในตลาดหรือเปล่า เปรียบเทียบราคาของคู่แข่งกับราคาที่คุณจะต้องขายเพื่อให้ได้กำไร หรือราคาที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนด นอกจากดูคู่แข่งแล้วต้องมาดูพวกเรากันเองด้วยว่ามีร้านสาขาทั้งที่เป็นของแฟรนไชส์ซอร์ดำเนินการเองและแฟรนไชส์ซีรายอื่นดำเนินการอยู่ในพื่นที่เดียวกับที่คุณวางแผนจะเปิดหรือเปล่าจะมาแย่งลูกค้ากันเองนั้นยังไปรอดหรือไม่ อีกเรื่องที่น่าคิดที่ไม่ค่อยคิดกันก็คือ ในกรณีถ้าแฟรนไชส์ซอร์ของคุณล้มเหลว คุณจะทำอย่างไร  ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดนักแต่ก็มีความเป็นไปได้  คุณคิดดูว่าจะสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วยตัวเองหรือไม่หรือจำเป็นต้องอาศัยความสนับสนุนด้านการอบรม โฆษณา หรือการสนับสนุนอื่นๆ จากแฟรนไชส์ซอร์มากจนไม่สามารถดำเนินการได้เอง สิ่งนี้เป็นความเป็นจริงที่คุณจะต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจที่จะซื้อแฟรนไชส์

เพิ่มราคาให้ลูกค้ายอมรับ

เคยมีตัวอย่างเหตุการณ์ ร้านเครื่องดื่มคนไทยที่มีกรปรับเพิ่มราคาจากเดิม 50% ตามความรู้สึกของผู้เขียนไม่สามารถยอมรับการปรับราคาอย่างนั้นได้เลย ถึงกับเรียกกันว่า เป็นกลยุทธ์การตลาดแบบลืมตัว กันทีเดียว แต่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุผลของการปรับราคาสินค้าของร้านเครื่องดื่มรายนี้บอกว่า ต้องการโกอินเตอร์ ผู้บริโภคก็คงนึกในใจว่า เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ในเมื่อจะโก อินเตอร์ก็ต้องสร้างความเดือดร้อนให้กับคนกิน โดยเฉพาะลูกค้าประจำ ย่อมเจ็บใจเป็นธรรมดา นี่แหละปฏิกิริยาจากลูกค้า ขึ้นราคาผิดเท่ากับเสียลูกค้าไปเลยทีเดียว การขึ้นราคาสินค้าของระบบธุรกิจค้าปลีก จะต้องเข้าใจความรู้สึกลูกค้าให้มาก เนื่องจากลูกค้านั้นจะต้องผูกพันใช้การบริการต่อเนื่อง ความรู้สึกที่ไม่ดีที่เกิดจากการจับจังหวะ และขาดเทคนิคที่จะสร้างความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าที่ลูกค้าต้องใช้บริการ เป็นการสร้างศัตรูได้ทีเดียว ไม่กินไม่ใช้แล้วยังโกรธเสียด้วย การขึ้นราคาสินค้าจึงต้องมีเหตุผลและสามารถจัดขั้นตอนการดำเนินการได้สั้น ดังต่อไปนี้ หนึ่ง ทบทวนต้นทุนสินค้าของตนเองเสียก่อน ว่าจำเป็นต้องขึ้นราคาหรือไม่ อัตรากำไรเฉลี่ยของสินค้าในตลาดนั้นมีอัตราใกล้เคียงกับสินค้าของเราหรือไม่ โดยปกติสินค้าประเภทอาหารจะมีต้นทุนประมาณ 30-40% และถ้าเป็นสินค้านอกรายการอาหารหนัก ก็จะมีต้นทุนประมาณ 20-30% ส่วนพวกสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย จะต้องมีอัตราเสี่ยงสูง จะมีต้นทุนประมาณเดียวกัน แต่ถ้าเป็นสินค้าที่จำเป็นใช้จ่ายของใช้ประจำวันต้นทุนสินค้าประมาณ 80% ไม่ควรเกิน การหาความเหมาะสมก็ยังพอตรวจสอบได้ สอง การหาทางลดต้นทุนให้ได้เสียก่อน ตรวจดูข้อผิดพลาด การรั่วไหลที่ยังไม่ได้มอง ทำให้กำไรที่ควรจะได้ไม่ได้ มาเป็นเรื่องแรกๆที่จะดูแล

การสร้างความคิดธุรกิจ

ความคิดธุรกิจเป็นแนวทางการกำหนดความเป็นไปของการดำเนินการ ที่ควรจะต้องได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเสียก่อน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าจะได้อะไรทั้งทางตรงทางอ้อมจากสินค้านั้นๆ ทำให้ธุรกิจเข้าใจตนเองว่าจะเดินไปอย่างไร อะไรคือจุดเข็งของตนเอง รู้ตำแหน่งของสินค้า ถ้าหากว่าจะต้องมาวางว่าธุรกิจของเราในลักษณะธุรกิจค้าปลีกที่ถึงตัวผู้บริโภคโดยตรงจะมีอะไรเป็นแนวคิดทางธุรกิจที่เป็นจุดยืน ก็อาจจะมองหลักการ 3 แบบดังนี้ คือ คุณค่าด้านความสะดวก (Convenience Value) คือ การให้บริการที่เน้นความสะดวกให้กับลูกค้าเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น McDonald เน้นการบริการที่รวดเร็ว หรือ Seven-Eleven มีแนวคิดเบื้องต้นจากแนว concept คือ เป็นร้านเสมือนหนึ่งเป็น “ตู้เย็นของคนจน” เมื่อบอกแนวคิดก็จะเห็นกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างดี รวมถึงเห็นแนวทางการให้บริการ รูปแบบของสินค้าได้ชัดเจน แนวความคิดเหล่านั้นจะบอกถึงวิธีการบริหารรูปแบบร้านของแต่ละธุรกิจ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวางรูปแบบสินค้า แม้กระทั่งระบบการปฏิบัติงาน ร้านสะดวกซื้อดังกล่าวจึงเน้น กลุ่มลูกค้าระดับล่าง ระดับกลาง สินค้าที่จำหน่ายก็เป็นขนาดเล็ก ราคาไม่แพง ร้านเปิดตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถเน้นลูกค้าที่เดินมาซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทำเล Location ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของความสะดวก  เช่น  ร้านอาหาร Fast Food จะต้องวางตำแหน่งให้ร้านของตนเป็นร้านที่สะดวกซื้อและรวดเร็วจริงๆ คุณค่าด้านผลิตภัณฑ์ (Product

แฟรนไชส์ที่สามารถประสบความสำเร็จ

   การวางแผนการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ โดยทั่วไป ที่มักจะเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูล  เช่นเดียวกับการวางแผนธุรกิจในการสร้างระบบ หรือ ลงทุนในระบบแฟรนไชส์ เพราะข้อมูลให้ประโยชน์ต่อท่านในการตัดสินใจที่ถูกต้องว่าท่านควรจะจัดระบบแฟรนไชส์ธุรกิจของท่านอย่างไร    แฟรนไชส์อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆ คน  การหาข้อมูลต่างๆ ทั้งในด้านความรู้เบื้องต้นของแฟรนไชส์จะช่วยให้ เกิดความเข้าใจมากขึ้นว่า แฟรนไชส์เป็นอย่างไร เหมาะกับธุรกิจและการประเมินการลงทุนหรือไม่ ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์มาก คือข้อมูลของแฟรนไชส์บริษัทต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบที่จะช่วยให้เราสามารถจะเรียนรู้ข้อดีและเสียจากผู้อื่นที่ทำมาแล้วว่าเป็นอย่างไร แฟรนไชซีหรือบุคคลทั่วไปให้ความสนใจหรือพอใจหรือไม่    ข้อมูลเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นขนาดการลงทุนเป็นเท่าไร แฟรนไชซอร์นั้นสิทธิในชนิดต่างๆ อย่างไร รูปแบบการให้แฟรนไชส์เป็นชนิดไหน การสนับสนุนและการบริการมีมากน้อยเพียงใด รวมถึงสัญญาและระยะเวลามีเงื่อนไขอย่างไร  ทั้งหมดนี้หากมีข้อมูลมากเท่าใด ก็ย่อมช่วยให้สามารถพิจารณาเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแต่ทั้งนี้ต้องอย่าลืม  การคัดเลือกแฟรนไชซีทั้งคุณสมบัติและเงินทุนด้วย เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าเงินค่าสิทธิที่จะได้มาเสียอีก การเรียนรู้ธุรกิจด้านแฟรนไชส์จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องการการลงมือกระทำมากกว่าคิดหาเหตุและผลเพียงอย่างเดียว ข้อสังเกต    จากแนวโน้มที่ดีของระบบแฟรนไชส์ คุณภาพของนักลงทุนก็มีการพัฒนามากขึ้น ผู้ที่สนใจลงทุนในระบบแฟรนไชส์มีเงินทุนมีจำนวนมากขึ้น การลงทุนในระบบแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1-2  ล้านบาท โดยที่ธุรกิจมีความมั่นคงมีรายได้คงที่ จะได้รับความสนใจมากขึ้น การจัดการของแฟรนไชส์ซอร์เจ้าของธุรกิจที่มีให้กับผู้ร่วมทุนจะต้องมีการวางแผน และการดำเนินการต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด รูปแบบการลงทุนที่จะต้องใช้เวลาในการคืนทุนระยะหนึ่ง ก็ควรจะต้องมีผลตอบแทนที่สูงพอ  และคุ้มกับความเสี่ยง นอกจากนั้นเมื่อมีการขยายสาขาของธุรกิจมากขึ้น ทำเลเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายที่บังคับ พร้อมทั้งหายากมากขึ้น

“Franchise Talk by Peerapong” พัฒนาการแฟรนไชส์ญี่ปุ่นหลัง ค.ศ. 2000

ธุรกิจแฟรนไชส์หลังปี ค.ศ.2000 ได้มีบทบาทขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น และน่าจับตาต่อไปว่า ในปี 2020  ธุรกิจแฟรนไชส์ของญี่ปุ่นจะยิ่งเข้ามามีอิทธิพลอย่างสูงในประเทศไทย ดร.พีระพงษ์ ได้ให้ทัศนะถึงพัฒนาการด้านแฟรนไชส์ของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียว่า ถือเป็นก้าวสำคัญของการเรียนรู้สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาย หลังปี ค.ศ.2000 หลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับการนำระบบแฟรนไชส์เข้ามาสู่ระบบธุรกิจ ขณะที่ญี่ปุ่นประเทศแรกในเอเชียที่นำระบบธุรกิจดังกล่าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ปี ค.ศ 1962 เป็นต้นมา และได้เกิดช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในญี่ปุ่น ธุรกิจของแฟรนไชส์ของญี่ปุ่นจึงถูกพัฒนามากขึ้น  อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นยังต้องอาศัยขนาดตลาดของตัวเองโดยเฉพาะ Logistic เพราะประชากรมากพอที่จะขยายภายใน  การออกนอกประเทศจังยังไม่ได้ลงทุนเต็มที่     ในอีก 10 ปีถัดมา คือ หลังปี 2010  มีการขยายตัวของแบรนด์ที่มีความหลากหลายทั้งในธุรกิจที่เป็นรูปแบบการจัดจำหน่ายสินค้าและการให้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์ มองเห็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือ สภาพสังคมของญี่ปุ่นที่กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปี ขึ้นไปราว ร้อยละ 28.1 ) ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรอายุ 70 ปี ขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 ของประเทศ ดังนั้น

Franchise Talk by Peerapong : พัฒนาการแฟรนไชส์หลัง ค.ศ. 2000

ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆของเอเชียที่มีการพัฒนาด้านระบบธุรกิจแฟรนไชส์แต่ได้ชะลอการเติบโตด้วยปัจจัยจากการเป็นประเทศที่มีพื้นฐานด้านการผลิต  ในขณะที่ประเทศที่เป็นหมู่เกาะกลับเป็นประเทศที่มีพัฒนาการด้านระบบแฟรนไชส์อย่างก้าวกระโดด Franchise Clinic 05 ออกแบบแฟรนไชส์ราคาต่ำ Franchise Clinic 07 ระบบแฟรนไชส์หรือขายวัตถุดิบ Franchise Clinic 08 ระบบแฟรนไชส์ต่างจากระบบร่วมทุนอย่างไร อีกประเทศหนึ่งที่มีความได้เปรียบจากภูมิประเทศ คือ มาเลเซีย ซึ่งการบริหารระบบขนส่งในอดีตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งฟิลิปปินส์และมาเลเซียจึงจำเป็นต้องใช้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ จนสามารถขยายธุรกิจได้นับพันสาขาสำหรับพื้นที่กว่า 7,000 เกาะของฟิลิปปินส์ หรือ นับหมื่นเกาะของมาเลเซีย ซึ่งระบบแฟรนไชส์จำเป็นต้องมีสาขามากพอที่จะเรียนรู้ด้านการจัดการ จะต่างจากประเทศที่เป็นเกาะอย่างสิงคโปร์ที่แม้จะใช้ภาษาอังกฤษเช่นกัน  แต่มีข้อด้อยด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ไม่สามารถขยายธุรกิจเป็น 100 สาขาเป็นไปได้ยากมาก  อีกทั้งประเทศที่เป็นเกาะอย่างฮ่องกง และสิงโปร์ มักนิยมการอาศัยการต่อยอดจากแฟรนไชส์ข้ามชาติอย่างยุโรปและอเมริกาด้วยการเป็น Master or  Reginal Franchise  รับผิดชอบเป็นภาคพื้น  โดยถือสิทธิ์ครอบคลุมหลายประเทศ ในครั้งหน้ามาติดตามกันต่อว่าหลังปี ค.ศ.2000 พัฒนาการด้านแฟรนไชส์ของประเทศเริ่มต้นของภูมิภาคเอชียอย่างญี่ปุ่นได้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะประเทศที่จะมีการขยายสาขามาประเทศไทยในอันดับต้นๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง ปี 2020

Franchise Talk by Peerapong : พัฒนาการแฟรนไชส์ก่อน ค.ศ. 2000

พัฒนาการของธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเรื่องราวที่ทำให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยเรียนรู้จากต่างประเทศ  จากระยะแรกผ่านซีกโลกตะวันมาถึงปัจจุบันได้หันกลับมาศึกษาในซีกโลกตะวันออก ซึ่งปัจจุบันภูมิภาคเอเชียได้กลายมาเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้พัฒนาการธุรกิจแฟรนไชส์อย่างมีนัยสำคัญ จุดเริ่มต้นเรียนรู้ธุรกิจแฟรนไชส์ การเริ่มขึ้นของแฟรนไชส์เกิดเมื่อราวกลางศตวรรษที่ 19 จากเจ้าของธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันทำสัญญาการขายเบียร์ของตนในร้านเหล้าของเหล่าบรรดาที่พักต่างๆ  ต่อมาในปี ค.ศ. 1851  ไอแซคซิงเกอร์ได้กลายเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์สัญชาติอเมริกันซึ่งเขาเริ่มขายสิทธิในการขายจักรเย็บผ้าให้กับนักเดินทางอิสระเพื่อขายจักรเย็บผ้าให้กับผู้ใช้ปลายทาง  จากนั้นก็ตามาด้วยตำนานแรนด์ดังไม่วาจะเป็น Coca-Cola , อุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทน้ำมันรายใหญ่  มาจนถึงแฟรนไชส์อาหารจานด่วนที่เก่าแก่ที่สุดคือ A&W จึงไม่น่าแปลกใจว่าในระยะเริ่มแรกการเรียนรู้เรื่องแฟรนไชส์ของผู้ประกอบการไทยจะเป็นการศึกษาจากประเทศตะวันตก  ด้วยเหล่าบรรดาผู้ที่มีโอกาสไปศึกษาต่อหรือไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ พัฒนาการระบบแฟรนไชส์ในเอเชีย ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ กูรูแฟรนไชส์ได้ลำดับพัฒนาการของการเรียนรู้ระบบแฟรนไชส์ของผู้ประกอบการไทยไว้ว่า เริ่มต้นจาก อเมริกา ตามมาที่ อังกฤษ ยุโรป และปัจจุบันได้หันมาศึกษาจากธุรกิจแฟรนไชส์ในเอเชีย  ทั้งนี้ ประเทศที่เป็นผู้เริ่มก่อนในการพัฒนาระบบแฟรนไชส์แรกๆ คือ ญี่ปุ่น โดยเป็นการนำเอาวิธีคิดของชาวอเมริกันมาใช้ตั้งแต่ปี 1962 พัฒนาด้าน Convenience Store คนญี่ปุ่นมีวินัย หรือ Discipline เกิดก่อนแต่การพัฒนาค่อนข้างล้าหลัง   สำหรับประเทศที่มีการพัฒนาด้านการขยายแฟรนไชส์ ได้แก่ สิงค์โปร มาเลเซีย ฮ่องกง ซึ่งมีอัตราการขยายตัวมากกว่า

Franchise Talk by Peerapong : เลือกแฟรนไชส์กาแฟอย่างไรให้โดน

ธุรกิจที่เป็นระบบแฟรนไชส์ต้องอาศัยจำนวน Economy of Scale เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคจะเกาะติดไปตามจำนวน Outlet โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟรนไชส์กาแฟ  แม้จะเลือกลงทุนด้วยความชอบเป็นจุดเริ่มต้นแล้ว แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่ต้องเก็บข้อมูลไว้ให้มากที่สุดก่อนตัดสินใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้เงื่อนไขการเป็น Traffic Corner ของทำเลในปั๊มน้ำมัน ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด  ที่ปรึกษาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์ชั้นนำของไทย ได้ให้รายละเอียดของ Business Concept ของธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟในปั๊มน้ำมันไว้ว่า ต้องเป็น Business Concept ที่ถูกยกระดับขึ้นให้เพียงพอกับ Life Style  ผู้บริโภคที่มีรถยนต์และสามารถจับจ่ายในปั๊มน้ำมันได้ ดังนั้น เมื่อได้ Target – Market แล้วก็จะได้รับประโยชน์จาก Location นี้นั่นเอง เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญของ Location และ Business Concept แล้ว  จากนั้นก็มาที่การเลือก Brand

Franchise Talk : ไทยกับการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาแฟรนไชส์ใน AEC

จากประเทศที่เคยศึกษา Franchise Business Model ของต่างประเทศ มาตอนนี้ด้วยภูมิศาสตร์การเป็นศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไทยได้กลายเป็นหน้าต่างของการเรียนรู้ธุรกิจค้าปลีก (Retails Business) และพัฒนาระบบแฟรนไชส์ (Franchise Development) ที่สำคัญของ AEC บทบาทการเป็นหน้าต่างของโลกในการท่องเที่ยวนับเป็นจุดแข็งของไทย ทำให้การพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ในประเทศไทยได้รับการพัฒนาโดยธุรกิจในประเทศประกอบกับการเข้ามาของธุรกิจแฟรนไชส์ข้ามชาติ  เพื่อเข้ามารองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในเมืองไทยตลอดจนผู้โยกย้ายถิ่นฐานจากประเทศต่างๆที่เป็นเป้าหมายหลักของ Franchisor โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร   แต่ต้องพิจารณาถึงมาตรฐานการครองชีพที่สอดคล้องเสมือนหนึ่งในประเทศของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ เช่น บางครั้งคนอื่นมาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็อาจอยากลองทานอาหารจีนในประเทศไทยบ้าง เพราะการท่องเที่ยวระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นด้วยรูปแบบ F.I.T (Free Independent Travelers / Free Individual Travelers) หรือ การท่องเที่ยวโดยอิสระไม่ผ่านตัวแทนบริษัททัวร์เช่นในอดีต ดังนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของชาวต่างประเทศจึงเริ่มขึ้น เช่น ร้านอาหารเมนูประจำชาติต่างๆ หรือ บริการสาธารณูปโภคต่างๆที่ตบเท้าเข้ามาให้บริการ  จึงไม่เป็นที่แปลกใจที่ประเทศไทยจะมีศักยภาพมากเพียงพอที่จะพัฒนาธุรกิจจากต่างประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์ในประเทศไทย ปัญหา คือ ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยจะสามารถรักษาพื้นที่ของตน รวมถึงขยายธุรกิจออกไปสู่ประเทศอื่นๆที่เป็นโอกาสได้หรือไม่ เพราะตลอด 30 ปีที่ผ่านมาของการพัฒนาแฟรนไชส์ในประเทศไทยยังพัฒนาไปไม่เกิน Product Handling คือ การมองธุรกิจเชิงการออกแบบการขายสินค้า

“Franchise Talk by Peerapong” เทคนิคการขยายแฟรนไชส์

เมื่อธุรกิจผ่านการพัฒนาให้เป็นระบบแฟรนไชส์แล้ว  ก้าวต่อไป คือ ทำอย่างไรให้แฟรนไชส์มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด  “Franchise Talk by Peerapong” ได้นำเทคนิคการขยายแฟรนไชส์มาฝากให้แฟรนไชซ์ซอร์ได้เห็นแนวโน้มและแฟรนไชส์ซีได้มีแนวทางในการเลือกแบบเจาะลึกมากยิ่งขึ้น ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ได้ขยายความจากหัวข้อ เทคนิคการขยายแฟรนไชส์ ไว้ว่า เครื่องมือหรือเทคนิคในการขยายแฟรนไชส์ประกอบด้วย 3 รูปแบบคือ การขยายในรูปแบบ Co-Branding เพื่อสร้างความน่าสนใจให้แก่บริเวณเป้าหมายนั้นให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลายสินค้า-บริการ ด้วยการดึงพันธมิตรเข้ามา Co-Branding ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ธุรกิจปั๊มน้ำมันในปัจจุบันที่ที่สร้างธุรกิจค้าปลีกที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ มา Co-Branding ในพื้นที่ให้บริการน้ำมัน การออกแบบการบริหารจัดการที่ให้สิทธิที่แตกต่างกัน การขยายธุรกิจแฟรนไชส์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ Franchisor สามารถพัฒนากระบวนการทั้งหมดของธุรกิจได้ครบถ้วนเพื่อให้กลยุทธ์การขยายธุรกิจด้วยแฟรนไชส์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขของการคัดสรรคู่ค้า หรือ Franchisee ด้วย Franchise Selection Process

แฟรนไชส์สะดวกซัก…โอกาส หรือ กระแส

“Franchise Talk by Peerapong” ยังคงต่อเนื่องเรื่องราวของแฟรนไชส์ธุรกิจสะดวกซัก  ที่หยิบยกมาวิเคราะห์ว่าจะเป็นเพียงกระแสหรือจะเป็นโอกาสสำหรับแฟรนไชส์ซีและแฟรนไชส์ซอร์ใน พ.ศ.นี้ กับความคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจจากการเข้ามาของแฟรนไชส์ซอร์นับ 10 แบรนด์ในปี 2019 ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด  ได้วิเคราะห์ถึงแฟรนไชส์ธุรกิจสะดวกซักต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว (Franchise Talk จุดชี้เป็นชี้ตายของแฟรนไชส์สะดวกซัก) ว่า  การที่จะเป็นโอกาสหรือกระแส ต้องมาเริ่มกันที่นิยามของทั้ง 2 ประเด็น กล่าวคือ โอกาสหรือกระแสดูจากอะไร กระแส มีลักษณะของธุรกิจที่สามารถนำไปพิจารณาได้ ดังรายละเอียดคือ เป็นกิจกรรมทางธุรกิจที่มีลักษณะบางประการที่เราสามารถไม่กำหนดช่วงจังหวะการบริโภค(Occasional Consuming)หรือกำหนดเวลาที่จะใช้บริการได้ ไม่ได้อยู่ในไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ดูจากกกลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไปหรือไม่ หากอยู่ในเฉพาะกลุ่มมากเกินไปมีโอกาสเป็นกระแสได้มาก โอกาสจะมีลักษณะตรงกันข้ามกับกระแส คือ มีเป้าหมายที่กว้าง เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ โดยมีช่วงเวลาของการใช้บริการที่ชัดเจน ที่สำคัญคือ ต้องบริหารโอกาสให้เป็นโอกาส ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อม ได้แก่ ความเข้าใจ หรือ

ทำอย่างไรให้ยอดขายร้านแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น

หากกล่าวถึงระบบแฟรนไชส์เครื่องมือการตลาดที่สำคัญตัว เรียกว่า Local Store Marketing  การทำการตลาดรอบรัศมีการขาย  เพื่อให้สินค้า/บริการของเราตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากที่สุด Local Store Marketing ทำอย่างไร Advertising ต้องทำควบคู่ ทั้ง Online เช่น Facebook Line การปักหมุด อื่นๆ   และ Offline  เช่น  ป้ายสื่อ  ใบปลิว ต่างๆ  ให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกัน    ตอบโจทย์วัตถุหลักคือ ดึงดูความสนใจและการสร้างการรับรู้ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย  โดยลูกค้าเคยผ่านหรือไม่เคยใช้บริการร้านเรามาก่อน ทั้งทีอยู่แท้จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อม  (การใช้สื่อโฆษณาต่างๆ  อาจต้องมีการขออนุญาตเจ้าของระบบแฟรนไชส์ประกอบ) สร้างการรับรู้เพื่อให้ลูกค้าเข้าธุรกิจได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น ทำเลของธุรกิจตั้งอยู่ในซอยลึก ทางลัดต่างๆ หรือตั้งอยู่ในห้างบนชั้น 2 จำเป็นต้องมีป้ายในจุดที่เห็นเด่นชัด  เผื่อลบจุดอ่อนของทำเลให้ลูกค้าเข้าถึงตัวร้านได้สะดวกง่ายมากขึ้น  เช่น ป้ายบอกทาง  ป้ายที่จอดรถ ต่างกับร้านที่มีลูกค้าประจำ  ดังนั้นหากไม่ได้ตั้งใจหรือขับเลยลูกค้าอาจมีตัวเลือกอื่นๆ เกิดได้เสมอ  Decoration สำหรับลูกค้าใหม่ มักจะสัมผัสได้ความรู้สึกแรก