ที่ปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์และค้าปลีก

สนใจสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

Knowledge

อยากสร้างธุรกิจ ต้องมี Business Concept

   คิด Business Concept ทำอย่างไร เขียนโดย อ.พัฒนพล บรรทัดจันทร์ ที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์ บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด หากทุกท่านได้ติดตามบทความเรื่อง “กระบวนการสร้างธุรกิจต้นแบบ” จะทราบว่ามีกระบวนการอยู่ทั้งหมด 6 ขั้นตอนด้วยกัน หรือใครที่ยังไม่เคยอ่านสามารถอ่านได้จากลิงค์นี้ครับ https://www.coachandconsulting.com/6steps/ เพื่อจะได้ต่อเนื่องกัน ซึ่งในบทความนี้ผมอธิบายเชิงลึกในส่วนของการคิด Business Concept ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการสร้างธุรกิจต้นแบบ Business Concept คืออะไร…?? คือการกำหนดรูปแบบ ตัวตน ตำแหน่งทางการตลาด ลูกค้า และสินค้าหรือหน้าร้านที่จะตอบสนองกลุ่มลูกค้า ต้องนึกก่อนว่าเราจะขายอะไร ขายใคร ขายที่ไหน คนที่มาซื้อของในร้านของเราจะได้อะไรบ้างนอกจากสินค้า และคู่แข่งเราคือใคร เราจะสามารถแข่งขันหรือเอาชนะคู่แข่งได้จากเรื่องอะไรบ้าง โดยมีกระบวนการคิดหลักๆ อยู่ 4 เรื่องด้วยกันคือ Retail Type คือการกำหนดชนิดของธุรกิจ หากท่านทำร้านอาหารจะเป็นร้านอาหารประเภทไหน เช่น Fast

3 ข้อสำคัญต้องคำนึง ถ้าคิดจะออกแบบร้าน!

  เมื่อเราออกแบบ Business Concept ของธุรกิจชัดเจนแล้วซึ่งก็คือการคิดว่า ร้านของเราจะมี สินค้า หรือ การบริการ อะไร, สามารถเข้าไปแก้ปัญหาหรือทำให้การใช้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นได้ไหม, มีกลุ่มลูกค้าคือใคร, ตำแหน่งทางการตลาดและทำเลที่เหมาะสมอยู่จุดไหน, ขนาดพื้นที่ของร้านเท่าไหร่, รวมถึงตัวเลขงบลงทุนของธุรกิจต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้คือโจทย์สำคัญ ว่าเราจะสื่อสารเข้าไปในงานออกแบบของร้านได้อย่างไร? โดย อาจารย์เปรมพงศ์ สืบสันติสกุล ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาร้านต้นแบบ บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ได้ให้แนวความคิดกับเราว่า คงจะไม่ดีแน่ ถ้าเราว่าจ้างผู้ออกแบบแล้ว ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่เราคิดใน Business Concept ให้ออกมาเป็นสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้ โดยสิ่งที่เป็นองค์ประกอบงานออกแบบร้านนั้นมีหลักๆ คือ     ดังนั้น หากเราต้องการออกแบบร้าน จะต้องคำนึงถึง 3 ข้อตามที่กล่าวมาทุกครั้ง เพื่อให้เป็นไปตาม Business concept ที่เราออกแบบไว้ และหวังว่าผู้อ่านทุกท่าน จะได้ลองนำไปปรับใช้กับธุรกิจของท่านดู ครั้งหน้า จะเป็นความรู้หรือเทคนิคเรื่องอะไร โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

6 steps กระบวนการสร้างธุรกิจต้นแบบ

แม้ว่าปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคจะปรับเข้าสู่ Online และ Delivery กันหมด คำถามสำคัญคือ “หน้าร้าน” ยังคงมีความจำเป็นหรือไม่ ตอบตรงนี้เลยครับว่ายังคง “จำเป็น..!!!” แต่อาจจะเฉพาะบางธุรกิจเท่านั้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ มากกว่าแค่การขายสินค้า หรือธุรกิจที่มีเป้าหมายในเชิงของการทำระบบสาขา การพัฒนาธุรกิจหรือร้านต้นแบบจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเดินหน้าธุรกิจ ที่ปรึกษา บิสิเนส โค้ช ให้คำปรึกษาการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจต้นแบบมากว่า 30 ปี จะขอสรุปขั้นตอนในการพัฒนาธุรกิจต้นแบบ ที่ต้องคิด ออกแบบ ไตร่ตรอง และวิเคราะห์ ให้ดีก่อนใช้เงินลงทุนจริง สร้างร้านจริง ทั้งหมด 6 ขั้นตอนหลักคือ ทั้ง 6 ขั้นตอนที่กล่าวมาคือสิ่งที่คนที่หน้าร้านต้องคิดก่อนเริ่มลงทุนจริง ร้านในปัจจุบันจะต้องมีทั้ง Online และ Offline ในร้านเดียวกัน 6 ขั้นตอนการสร้างธุรกิจต้นแบบนี้เป็นเพียงภาพรวมให้ชวนคิดก่อน ในบทความต่อๆ ไป จะลงรายละเอียดทั้ง 6 ขั้นตอนแบบลึกๆ ให้ อย่าพึ่งเหนื่อยใจ เพราะการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย คิดให้ถูกและทำให้ถูกดีกว่า

รู้หรือไม่? ธุรกิจโรงแรม HILTON ก็เป็นแฟรนไชส์ 

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยใช้บริการโรงแรม Hilton หรือ โรงแรมในเครือบริษัท Hilton Worldwide ซึ่งถือเป็นบริษัทกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุด และเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วยจำนวนโรงแรม 4,700 กว่าแห่งไม่ว่าจะเป็น โรงแรม, รีสอร์ท และอสังหาเพื่อปล่อยเช่า รวมแล้วกว่า 978,000 ห้องพักครอบคลุม 104 ประเทศทั่วโลก หากย้อนรอยความสำเร็จจะพบว่า  ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท Hilton Worldwide ใช้การบริหาร 3 รูปแบบในการดำเนินธุรกิจ  ดังนี้ Ownership การที่บริษัทเป็นเจ้าของ property หรือโรงแรมนั้นๆ เองและบริหารโดยบริษัท Management & Franchise คือรูปแบบการดำเนินการโดยบริหารผ่าน Franchisee ที่ใช้ชื่อภายใต้แบรนด์หลักเดียวกัน หรือก็คือ Hilton ซึ่งก็ยังมีหลากหลายแบรนด์ย่อย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต่างกันไป Timeshare การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการบริหารโดยรูปแบบ Franchise สามารถสร้างรายได้

ทำอย่างไร TONI & GUY จึงเป็นร้านตัดผมร้านแรกที่ขยายได้ 400 กว่าสาขา?!

ช่วงนี้หากพูดถึงโปรโมชั่นสุดคุ้ม คงพลาดไม่ได้เลยกับร้านตัดผม ที่หลายๆ ร้านนั้นสร้างโปรโมชั่นลดราคากันอย่างสนุกสนาน ทำให้ผู้ใช้บริการทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะไปเปิดประสบการณ์ทดลองทำนู่นทำนี่ ที่หากไม่ทำในช่วงนี้คงไม่มีโอกาสได้ราคาที่ถูกใจแบบนี้อีกแล้ว..หากแต่พูดถึงผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ดังที่มีความน่าเชื่อถือในคุณภาพของการทำผมนั้น คงมีอยู่ไม่กี่แบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ต้องอยู่ในใจของคุณแน่นอน “TONI & GUY” มีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะผู้บุกเบิกและผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอุตสาหกรรมการทำผมของประเทศอังกฤษ โดยการเชื่อมโยงระหว่างแฟชั่นและการทำผมเป็นแบบสไตล์สมัยใหม่ โดยได้รับรางวัลมากกว่า 100 รางวัล ทั้งในด้าน British Hairdressing รวมถึง Best Artistic Team ที่มีจำนวนการบันทึก 11 ครั้งรวมถึงชื่อของ Franchisor of the Year และ Franchisee แห่งปีในงาน Sapphires Awards ซึ่งนั่นหมายความระบบการจัดการของเขานั้นต้องมีความไม่ธรรมดา เรามาย้อนดูประวัติความเป็นมาของ Toni & Guy กันดีกว่า ในปี ค.ศ. 1963 Toni & Guy ได้ถูกก่อนตั้งขึ้น โดยมีแกนหลักคือ Toni

หลักการเลือกลงทุนแฟรนไชส์

วันนี้นั้น…ถ้าบอกว่าธุรกิจแฟรนไชส์เป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จของคนอยากเป็นนายตัวเองหรือไม่ ก็ยังตอบได้ยากมาก ซึ่งต่างจากธุรกิจในต่างประเทศที่เขาเจริญเติบโตทางด้านการบริหารธุรกิจได้ดีรวมถึงมีปัจจัยทางสังคมหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ แบบในอเมริกาหรืออย่างในเอเชียไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรือเกาหลี ฮ่องกง ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านแฟรนไชส์  อย่างไรก็ตามการลงทุนในระบบแฟรนไชส์นั้นก็ยังให้เกิดประโยชน์จากการเป็นเจ้าของธุรกิจที่พอมีหลักฐานบ้าง  สิ่งสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้เหล่านักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ นั้นกลับเป็นเรื่องของ การรู้จักวิธีเลือกแฟรนไชส์ที่ดี ธุรกิจแฟรนไชส์ก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไป มีโอกาสล้มเหลวด้วยกันทั้งนั้นต้องคิดเสมอว่าเพียงแค่การซื้อ แฟรนไชส์ไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จใจการทำธุรกิจ ที่สุดแล้วตัวเราที่เป็นแฟรนไชส์ซีก็เป็นเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จของธุรกิจอยู่นั่นเอง เหตุผลสำคัญที่คนตัดสินใจเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์คือการได้สิทธิในการใช้ชื่อและเครื่องหมายการค้า เพราะธุรกิจเดี๋ยวนี้ยิ่งชื่อหรือเครื่องหมายนั้นเป็นที่รู้จักมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้า/บริการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องมั่นใจเสียก่อนว่า ชื่อนั้นเป็นที่รู้จักแค่ไหน บริษัทมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือเปล่า ดูว่าแฟรนไชส์ซอร์ดำเนินธุรกิจการนานเท่าไรเพราะจะทำให้เห็นว่าธุรกิจนั้นได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากน้อยเท่าใด ดูว่าบริษัทมีชื่อเสียงทางด้านคุณภาพของสินค้า/บริการหรือเปล่า ถ้ามีการตรวจสอบด้วยว่ามีการร้องเรียนบริษัทเรื่องสินค้าบริการที่ไม่มาตรฐานต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือเปล่า แต่ถึงแม้จะมีตราสินค้าที่ดูดีการลงทุนธุรกิจแบบแฟรนไชส์ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้ซื้อเพียงแค่เครื่องหมายการค้า/บริการและรูปแบบในการทำธุรกิจเท่านั้นแต่จะต้องรวมถึงประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการสนับสนุนจาก แฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีอื่นๆ ด้วย รวมถึงต้องดูให้ออกถึงความต้องการของสินค้า/บริการของแฟรนไชส์นั้นในตลาดอนาคตด้วยควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มในระยะยาว มากกว่าธุรกิจที่เป็นที่นิยมเพียงชั่วครู่ชั่วยามวูบเดียวตามแฟชั่น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่สามารถทำธุรกิจได้ในระยะยาวได้จริง นอกจากนั้นแล้วต้องดูสภาพตลาดด้วยว่า การแข่งขันเป็นอย่างไร ระดับการแข่งขันที่จะต้องเจอของจริงทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศถ้ามีคู่แข่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมไพบูลย์ด้วยจะรับมือไหวมั๊ย เป็นการพิจารณาถึงบริษัทอื่นที่ขายสินค้า/บริการอย่างเดียวกับที่คุณสนใจ และดูว่าคู่แข่งนั้นเป็นที่รู้จักดีในตลาดหรือเปล่า เปรียบเทียบราคาของคู่แข่งกับราคาที่คุณจะต้องขายเพื่อให้ได้กำไร หรือราคาที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนด นอกจากดูคู่แข่งแล้วต้องมาดูพวกเรากันเองด้วยว่ามีร้านสาขาทั้งที่เป็นของแฟรนไชส์ซอร์ดำเนินการเองและแฟรนไชส์ซีรายอื่นดำเนินการอยู่ในพื่นที่เดียวกับที่คุณวางแผนจะเปิดหรือเปล่าจะมาแย่งลูกค้ากันเองนั้นยังไปรอดหรือไม่ อีกเรื่องที่น่าคิดที่ไม่ค่อยคิดกันก็คือ ในกรณีถ้าแฟรนไชส์ซอร์ของคุณล้มเหลว คุณจะทำอย่างไร  ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดนักแต่ก็มีความเป็นไปได้  คุณคิดดูว่าจะสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วยตัวเองหรือไม่หรือจำเป็นต้องอาศัยความสนับสนุนด้านการอบรม โฆษณา หรือการสนับสนุนอื่นๆ จากแฟรนไชส์ซอร์มากจนไม่สามารถดำเนินการได้เอง สิ่งนี้เป็นความเป็นจริงที่คุณจะต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจที่จะซื้อแฟรนไชส์

เพิ่มราคาให้ลูกค้ายอมรับ

เคยมีตัวอย่างเหตุการณ์ ร้านเครื่องดื่มคนไทยที่มีกรปรับเพิ่มราคาจากเดิม 50% ตามความรู้สึกของผู้เขียนไม่สามารถยอมรับการปรับราคาอย่างนั้นได้เลย ถึงกับเรียกกันว่า เป็นกลยุทธ์การตลาดแบบลืมตัว กันทีเดียว แต่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุผลของการปรับราคาสินค้าของร้านเครื่องดื่มรายนี้บอกว่า ต้องการโกอินเตอร์ ผู้บริโภคก็คงนึกในใจว่า เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ในเมื่อจะโก อินเตอร์ก็ต้องสร้างความเดือดร้อนให้กับคนกิน โดยเฉพาะลูกค้าประจำ ย่อมเจ็บใจเป็นธรรมดา นี่แหละปฏิกิริยาจากลูกค้า ขึ้นราคาผิดเท่ากับเสียลูกค้าไปเลยทีเดียว การขึ้นราคาสินค้าของระบบธุรกิจค้าปลีก จะต้องเข้าใจความรู้สึกลูกค้าให้มาก เนื่องจากลูกค้านั้นจะต้องผูกพันใช้การบริการต่อเนื่อง ความรู้สึกที่ไม่ดีที่เกิดจากการจับจังหวะ และขาดเทคนิคที่จะสร้างความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าที่ลูกค้าต้องใช้บริการ เป็นการสร้างศัตรูได้ทีเดียว ไม่กินไม่ใช้แล้วยังโกรธเสียด้วย การขึ้นราคาสินค้าจึงต้องมีเหตุผลและสามารถจัดขั้นตอนการดำเนินการได้สั้น ดังต่อไปนี้ หนึ่ง ทบทวนต้นทุนสินค้าของตนเองเสียก่อน ว่าจำเป็นต้องขึ้นราคาหรือไม่ อัตรากำไรเฉลี่ยของสินค้าในตลาดนั้นมีอัตราใกล้เคียงกับสินค้าของเราหรือไม่ โดยปกติสินค้าประเภทอาหารจะมีต้นทุนประมาณ 30-40% และถ้าเป็นสินค้านอกรายการอาหารหนัก ก็จะมีต้นทุนประมาณ 20-30% ส่วนพวกสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย จะต้องมีอัตราเสี่ยงสูง จะมีต้นทุนประมาณเดียวกัน แต่ถ้าเป็นสินค้าที่จำเป็นใช้จ่ายของใช้ประจำวันต้นทุนสินค้าประมาณ 80% ไม่ควรเกิน การหาความเหมาะสมก็ยังพอตรวจสอบได้ สอง การหาทางลดต้นทุนให้ได้เสียก่อน ตรวจดูข้อผิดพลาด การรั่วไหลที่ยังไม่ได้มอง ทำให้กำไรที่ควรจะได้ไม่ได้ มาเป็นเรื่องแรกๆที่จะดูแล

การสร้างความคิดธุรกิจ

ความคิดธุรกิจเป็นแนวทางการกำหนดความเป็นไปของการดำเนินการ ที่ควรจะต้องได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเสียก่อน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าจะได้อะไรทั้งทางตรงทางอ้อมจากสินค้านั้นๆ ทำให้ธุรกิจเข้าใจตนเองว่าจะเดินไปอย่างไร อะไรคือจุดเข็งของตนเอง รู้ตำแหน่งของสินค้า ถ้าหากว่าจะต้องมาวางว่าธุรกิจของเราในลักษณะธุรกิจค้าปลีกที่ถึงตัวผู้บริโภคโดยตรงจะมีอะไรเป็นแนวคิดทางธุรกิจที่เป็นจุดยืน ก็อาจจะมองหลักการ 3 แบบดังนี้ คือ คุณค่าด้านความสะดวก (Convenience Value) คือ การให้บริการที่เน้นความสะดวกให้กับลูกค้าเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น McDonald เน้นการบริการที่รวดเร็ว หรือ Seven-Eleven มีแนวคิดเบื้องต้นจากแนว concept คือ เป็นร้านเสมือนหนึ่งเป็น “ตู้เย็นของคนจน” เมื่อบอกแนวคิดก็จะเห็นกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างดี รวมถึงเห็นแนวทางการให้บริการ รูปแบบของสินค้าได้ชัดเจน แนวความคิดเหล่านั้นจะบอกถึงวิธีการบริหารรูปแบบร้านของแต่ละธุรกิจ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวางรูปแบบสินค้า แม้กระทั่งระบบการปฏิบัติงาน ร้านสะดวกซื้อดังกล่าวจึงเน้น กลุ่มลูกค้าระดับล่าง ระดับกลาง สินค้าที่จำหน่ายก็เป็นขนาดเล็ก ราคาไม่แพง ร้านเปิดตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถเน้นลูกค้าที่เดินมาซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทำเล Location ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของความสะดวก  เช่น  ร้านอาหาร Fast Food จะต้องวางตำแหน่งให้ร้านของตนเป็นร้านที่สะดวกซื้อและรวดเร็วจริงๆ คุณค่าด้านผลิตภัณฑ์ (Product

แฟรนไชส์ที่สามารถประสบความสำเร็จ

   การวางแผนการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ โดยทั่วไป ที่มักจะเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูล  เช่นเดียวกับการวางแผนธุรกิจในการสร้างระบบ หรือ ลงทุนในระบบแฟรนไชส์ เพราะข้อมูลให้ประโยชน์ต่อท่านในการตัดสินใจที่ถูกต้องว่าท่านควรจะจัดระบบแฟรนไชส์ธุรกิจของท่านอย่างไร    แฟรนไชส์อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆ คน  การหาข้อมูลต่างๆ ทั้งในด้านความรู้เบื้องต้นของแฟรนไชส์จะช่วยให้ เกิดความเข้าใจมากขึ้นว่า แฟรนไชส์เป็นอย่างไร เหมาะกับธุรกิจและการประเมินการลงทุนหรือไม่ ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์มาก คือข้อมูลของแฟรนไชส์บริษัทต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบที่จะช่วยให้เราสามารถจะเรียนรู้ข้อดีและเสียจากผู้อื่นที่ทำมาแล้วว่าเป็นอย่างไร แฟรนไชซีหรือบุคคลทั่วไปให้ความสนใจหรือพอใจหรือไม่    ข้อมูลเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นขนาดการลงทุนเป็นเท่าไร แฟรนไชซอร์นั้นสิทธิในชนิดต่างๆ อย่างไร รูปแบบการให้แฟรนไชส์เป็นชนิดไหน การสนับสนุนและการบริการมีมากน้อยเพียงใด รวมถึงสัญญาและระยะเวลามีเงื่อนไขอย่างไร  ทั้งหมดนี้หากมีข้อมูลมากเท่าใด ก็ย่อมช่วยให้สามารถพิจารณาเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแต่ทั้งนี้ต้องอย่าลืม  การคัดเลือกแฟรนไชซีทั้งคุณสมบัติและเงินทุนด้วย เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าเงินค่าสิทธิที่จะได้มาเสียอีก การเรียนรู้ธุรกิจด้านแฟรนไชส์จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องการการลงมือกระทำมากกว่าคิดหาเหตุและผลเพียงอย่างเดียว ข้อสังเกต    จากแนวโน้มที่ดีของระบบแฟรนไชส์ คุณภาพของนักลงทุนก็มีการพัฒนามากขึ้น ผู้ที่สนใจลงทุนในระบบแฟรนไชส์มีเงินทุนมีจำนวนมากขึ้น การลงทุนในระบบแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1-2  ล้านบาท โดยที่ธุรกิจมีความมั่นคงมีรายได้คงที่ จะได้รับความสนใจมากขึ้น การจัดการของแฟรนไชส์ซอร์เจ้าของธุรกิจที่มีให้กับผู้ร่วมทุนจะต้องมีการวางแผน และการดำเนินการต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด รูปแบบการลงทุนที่จะต้องใช้เวลาในการคืนทุนระยะหนึ่ง ก็ควรจะต้องมีผลตอบแทนที่สูงพอ  และคุ้มกับความเสี่ยง นอกจากนั้นเมื่อมีการขยายสาขาของธุรกิจมากขึ้น ทำเลเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายที่บังคับ พร้อมทั้งหายากมากขึ้น

“Franchise Talk by Peerapong” พัฒนาการแฟรนไชส์ญี่ปุ่นหลัง ค.ศ. 2000

ธุรกิจแฟรนไชส์หลังปี ค.ศ.2000 ได้มีบทบาทขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น และน่าจับตาต่อไปว่า ในปี 2020  ธุรกิจแฟรนไชส์ของญี่ปุ่นจะยิ่งเข้ามามีอิทธิพลอย่างสูงในประเทศไทย ดร.พีระพงษ์ ได้ให้ทัศนะถึงพัฒนาการด้านแฟรนไชส์ของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียว่า ถือเป็นก้าวสำคัญของการเรียนรู้สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาย หลังปี ค.ศ.2000 หลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับการนำระบบแฟรนไชส์เข้ามาสู่ระบบธุรกิจ ขณะที่ญี่ปุ่นประเทศแรกในเอเชียที่นำระบบธุรกิจดังกล่าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ปี ค.ศ 1962 เป็นต้นมา และได้เกิดช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในญี่ปุ่น ธุรกิจของแฟรนไชส์ของญี่ปุ่นจึงถูกพัฒนามากขึ้น  อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นยังต้องอาศัยขนาดตลาดของตัวเองโดยเฉพาะ Logistic เพราะประชากรมากพอที่จะขยายภายใน  การออกนอกประเทศจังยังไม่ได้ลงทุนเต็มที่     ในอีก 10 ปีถัดมา คือ หลังปี 2010  มีการขยายตัวของแบรนด์ที่มีความหลากหลายทั้งในธุรกิจที่เป็นรูปแบบการจัดจำหน่ายสินค้าและการให้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์ มองเห็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือ สภาพสังคมของญี่ปุ่นที่กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปี ขึ้นไปราว ร้อยละ 28.1 ) ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรอายุ 70 ปี ขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 ของประเทศ ดังนั้น

Franchise Talk by Peerapong : พัฒนาการแฟรนไชส์หลัง ค.ศ. 2000

ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆของเอเชียที่มีการพัฒนาด้านระบบธุรกิจแฟรนไชส์แต่ได้ชะลอการเติบโตด้วยปัจจัยจากการเป็นประเทศที่มีพื้นฐานด้านการผลิต  ในขณะที่ประเทศที่เป็นหมู่เกาะกลับเป็นประเทศที่มีพัฒนาการด้านระบบแฟรนไชส์อย่างก้าวกระโดด Franchise Clinic 05 ออกแบบแฟรนไชส์ราคาต่ำ Franchise Clinic 07 ระบบแฟรนไชส์หรือขายวัตถุดิบ Franchise Clinic 08 ระบบแฟรนไชส์ต่างจากระบบร่วมทุนอย่างไร อีกประเทศหนึ่งที่มีความได้เปรียบจากภูมิประเทศ คือ มาเลเซีย ซึ่งการบริหารระบบขนส่งในอดีตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งฟิลิปปินส์และมาเลเซียจึงจำเป็นต้องใช้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ จนสามารถขยายธุรกิจได้นับพันสาขาสำหรับพื้นที่กว่า 7,000 เกาะของฟิลิปปินส์ หรือ นับหมื่นเกาะของมาเลเซีย ซึ่งระบบแฟรนไชส์จำเป็นต้องมีสาขามากพอที่จะเรียนรู้ด้านการจัดการ จะต่างจากประเทศที่เป็นเกาะอย่างสิงคโปร์ที่แม้จะใช้ภาษาอังกฤษเช่นกัน  แต่มีข้อด้อยด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ไม่สามารถขยายธุรกิจเป็น 100 สาขาเป็นไปได้ยากมาก  อีกทั้งประเทศที่เป็นเกาะอย่างฮ่องกง และสิงโปร์ มักนิยมการอาศัยการต่อยอดจากแฟรนไชส์ข้ามชาติอย่างยุโรปและอเมริกาด้วยการเป็น Master or  Reginal Franchise  รับผิดชอบเป็นภาคพื้น  โดยถือสิทธิ์ครอบคลุมหลายประเทศ ในครั้งหน้ามาติดตามกันต่อว่าหลังปี ค.ศ.2000 พัฒนาการด้านแฟรนไชส์ของประเทศเริ่มต้นของภูมิภาคเอชียอย่างญี่ปุ่นได้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะประเทศที่จะมีการขยายสาขามาประเทศไทยในอันดับต้นๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง ปี 2020

Franchise Talk by Peerapong : พัฒนาการแฟรนไชส์ก่อน ค.ศ. 2000

พัฒนาการของธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเรื่องราวที่ทำให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยเรียนรู้จากต่างประเทศ  จากระยะแรกผ่านซีกโลกตะวันมาถึงปัจจุบันได้หันกลับมาศึกษาในซีกโลกตะวันออก ซึ่งปัจจุบันภูมิภาคเอเชียได้กลายมาเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้พัฒนาการธุรกิจแฟรนไชส์อย่างมีนัยสำคัญ จุดเริ่มต้นเรียนรู้ธุรกิจแฟรนไชส์ การเริ่มขึ้นของแฟรนไชส์เกิดเมื่อราวกลางศตวรรษที่ 19 จากเจ้าของธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันทำสัญญาการขายเบียร์ของตนในร้านเหล้าของเหล่าบรรดาที่พักต่างๆ  ต่อมาในปี ค.ศ. 1851  ไอแซคซิงเกอร์ได้กลายเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์สัญชาติอเมริกันซึ่งเขาเริ่มขายสิทธิในการขายจักรเย็บผ้าให้กับนักเดินทางอิสระเพื่อขายจักรเย็บผ้าให้กับผู้ใช้ปลายทาง  จากนั้นก็ตามาด้วยตำนานแรนด์ดังไม่วาจะเป็น Coca-Cola , อุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทน้ำมันรายใหญ่  มาจนถึงแฟรนไชส์อาหารจานด่วนที่เก่าแก่ที่สุดคือ A&W จึงไม่น่าแปลกใจว่าในระยะเริ่มแรกการเรียนรู้เรื่องแฟรนไชส์ของผู้ประกอบการไทยจะเป็นการศึกษาจากประเทศตะวันตก  ด้วยเหล่าบรรดาผู้ที่มีโอกาสไปศึกษาต่อหรือไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ พัฒนาการระบบแฟรนไชส์ในเอเชีย ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ กูรูแฟรนไชส์ได้ลำดับพัฒนาการของการเรียนรู้ระบบแฟรนไชส์ของผู้ประกอบการไทยไว้ว่า เริ่มต้นจาก อเมริกา ตามมาที่ อังกฤษ ยุโรป และปัจจุบันได้หันมาศึกษาจากธุรกิจแฟรนไชส์ในเอเชีย  ทั้งนี้ ประเทศที่เป็นผู้เริ่มก่อนในการพัฒนาระบบแฟรนไชส์แรกๆ คือ ญี่ปุ่น โดยเป็นการนำเอาวิธีคิดของชาวอเมริกันมาใช้ตั้งแต่ปี 1962 พัฒนาด้าน Convenience Store คนญี่ปุ่นมีวินัย หรือ Discipline เกิดก่อนแต่การพัฒนาค่อนข้างล้าหลัง   สำหรับประเทศที่มีการพัฒนาด้านการขยายแฟรนไชส์ ได้แก่ สิงค์โปร มาเลเซีย ฮ่องกง ซึ่งมีอัตราการขยายตัวมากกว่า