Franchise Talk : ไทยกับการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาแฟรนไชส์ใน AEC

จากประเทศที่เคยศึกษา Franchise Business Model ของต่างประเทศ มาตอนนี้ด้วยภูมิศาสตร์การเป็นศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไทยได้กลายเป็นหน้าต่างของการเรียนรู้ธุรกิจค้าปลีก (Retails Business) และพัฒนาระบบแฟรนไชส์ (Franchise Development) ที่สำคัญของ AEC

ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์

ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด  ได้สะท้อนภาพกว้างของพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไว้อย่างน่าสนใจใน Franchise Talk by Peerapong” ว่า หากมองประเทศไทยเชิงภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ และยังสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศจีน  เชื่อมต่อไปยังญี่ปุ่น หรือจะก้าวไปยังอินเดีย ต่อเนื่องไปถึงรัสเซีย ทั้งนี้ สามารถดำเนินการได้ทั้งหมดโดยนับรวมได้ไม่น้อยกว่า 18 ประเทศ ทำให้ประเทศไทยได้พลิกบทบาทกลายเป็นหน้าต่างการเรียนรู้ธุรกิจค้าปลีก (Retails Business) ด้วยการวางระบบแฟรนไชส์ที่สำคัญของภูมิภาค จากอดีตหากต้องการศึกษาด้านการวางระบบแฟรนไชส์ผู้ประกอบการต้องไปดู Business Model ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง สิงคโปร์ หรือ  แม้กระทั่งไต้หวัน เพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจในประเทศของตนเอง    

บทบาทการเป็นหน้าต่างของโลกในการท่องเที่ยวนับเป็นจุดแข็งของไทย ทำให้การพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ในประเทศไทยได้รับการพัฒนาโดยธุรกิจในประเทศประกอบกับการเข้ามาของธุรกิจแฟรนไชส์ข้ามชาติ  เพื่อเข้ามารองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในเมืองไทยตลอดจนผู้โยกย้ายถิ่นฐานจากประเทศต่างๆที่เป็นเป้าหมายหลักของ Franchisor โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร  

แต่ต้องพิจารณาถึงมาตรฐานการครองชีพที่สอดคล้องเสมือนหนึ่งในประเทศของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ เช่น บางครั้งคนอื่นมาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็อาจอยากลองทานอาหารจีนในประเทศไทยบ้าง เพราะการท่องเที่ยวระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นด้วยรูปแบบ F.I.T (Free Independent Travelers / Free Individual Travelers) หรือ การท่องเที่ยวโดยอิสระไม่ผ่านตัวแทนบริษัททัวร์เช่นในอดีต

ดังนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของชาวต่างประเทศจึงเริ่มขึ้น เช่น ร้านอาหารเมนูประจำชาติต่างๆ หรือ บริการสาธารณูปโภคต่างๆที่ตบเท้าเข้ามาให้บริการ  จึงไม่เป็นที่แปลกใจที่ประเทศไทยจะมีศักยภาพมากเพียงพอที่จะพัฒนาธุรกิจจากต่างประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์ในประเทศไทย ปัญหา คือ ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยจะสามารถรักษาพื้นที่ของตน รวมถึงขยายธุรกิจออกไปสู่ประเทศอื่นๆที่เป็นโอกาสได้หรือไม่ เพราะตลอด 30 ปีที่ผ่านมาของการพัฒนาแฟรนไชส์ในประเทศไทยยังพัฒนาไปไม่เกิน Product Handling คือ การมองธุรกิจเชิงการออกแบบการขายสินค้า โดยใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ไม่ใช่ระบบแฟรนไชส์  แต่เรียกตัวเองว่าเป็นแฟรนไชส์  ทั้งที่เป็นเพียงธุรกิจไขอาชีพ  จนทำให้เกิดความสับสนขึ้นระหว่าง 2 ระบบนี้ ส่งผลให้ธุรกิจแฟรนไชส์จริงๆไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอเพราะไม่ใช่การวางระบบแฟรนไชส์แต่กลับเป็นการขายวัตถุดิบของธุรกิจขายอาชีพนั่นเอง

ปัจจุบันจะเริ่มเห็นว่าธุรกิจที่เรียกตัวเองว่าเป็นแฟรนไชส์ที่มีขนาดธุรกิจต่ำแสนจะเริ่มขายไม่ออกเพราะเป้นที่ประจักษ์ว่าเพียง 3 ปีธุรกิจเหล่านี้จะปิดตัวเอง  ที่สามารถไปต่อได้ทั้งแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซี  ดังนั้น จึงต้องพัฒนาสู่ Process Handling